ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารจัดการเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน: กรณีศึกษาตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารจัดการเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการสนทนากลุ่มกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแบบเจาะจง ได้แก่ ตัวแทนชุมชน กลุ่มอาชีพ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานรัฐและเอกชน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า เครือข่ายมีทุนพื้นที่และภาคีพร้อมร่วมมือ แต่ขาดกลไกกลางประสานงาน หน้าที่ชัดเจน และระบบติดตามประเมินผลต่อเนื่อง เชิงปริมาณ ด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำ ได้แก่ การบริหารจัดการ (1.96) คุณภาพบริการ (2.01) และการประชาสัมพันธ์ (2.27) ด้านที่มีค่าเฉลี่ยปานกลาง ได้แก่ การอนุรักษ์วัฒนธรรม (2.87) เศรษฐกิจสังคม (2.55) และทรัพยากรธรรมชาติ (2.36) สะท้อนว่าเครือข่ายสร้างความตระหนักรู้ต่อศักยภาพพื้นที่ได้ระดับหนึ่ง แต่การกระจายรายได้ การเชื่อมโยงตลาด และการมีส่วนร่วมของครัวเรือนยังไม่ชัดเจน ชุมชนขาดระบบบัญชีกลางและหลักเกณฑ์แบ่งปันผลประโยชน์ การดำเนินงานพึ่งพาแกนนำบางกลุ่ม มัคคุเทศก์ท้องถิ่นและผู้ประสานงานเส้นทางมีจำกัด การตลาดใช้เพจออนไลน์ แต่ขาดแผนประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องและการเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการนำเที่ยว องค์ความรู้ใหม่ คือ “กรอบการยกระดับเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนจากความร่วมมือเชิงกิจกรรมสู่การบริหารจัดการเชิงระบบ” ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ กลไกกลางประสานงาน การมีส่วนร่วมครอบคลุมทุกกลุ่ม แผนงานและระบบติดตามร่วม และการประชาสัมพันธ์ที่ชุมชนกำหนดเรื่องราวหลัก ชี้ว่าควรปรับจากกิจกรรมครั้งคราวสู่ระบบบริหารร่วมที่มีเจ้าภาพชัดเจน มีฐานข้อมูลพื้นที่ เส้นทาง ผลิตภัณฑ์ และตัวชี้วัดผลลัพธ์ร่วมกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อน กระจายประโยชน์สู่ชุมชน และยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนเกาะใหญ่ให้เข้มแข็งยั่งยืน ตอบโจทย์การจัดการท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืนตามมาตรฐาน CBT และ BCG ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมการท่องเที่ยว. (2565). มาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน. กรุงเทพมหานคร: กรมการท่องเที่ยว.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สุภางค์ จันทวานิช. (2554). การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยเชิงคุณภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Ansell, C. & Gash, A. (2008). Collaborative governance in theory and practice. Journal of Public Administration Research and Theory, 18(4), 543-571. https://doi.org/10.1093/jopart/mum032.
de Abreu, L. A. et al. (2024). Community-based tourism and best practices with the Sustainable Development Goals. Administrative Sciences, 14(2), 36. https://doi.org/10.3390/admsci14020036.
Fadhlan, M. & Subarsono, A. (2024). Collaborative governance in tourism development through Heart Venture Film in Wonosobo District. Ideas: Jurnal Pendidikan, Sosial dan Budaya, 10(3), 609-618. https://doi.org/10.32884/ideas.v10i3.1766.
Foreign Affairs Office, Government Public Relations Department. (2026). Thailand tourism earns US$86.6 billion, arttracts higher-quality travelers in 2025. Retrieved July 31, 2026, from https://thailand.prd.go.th/en/content/category/detail/id/2078/iid/466167
Reina-Usuga, L. et al. (2024). Rural tourism initiatives and their relationship to collaborative governance and perceived value: A review of recent research and trends. Journal of Destination Marketing & Management, 34(2024), 100926. https://doi.org/10.1016/j.jdmm.2024.100926.
Sarhan, M. et al. (2025). Exploring collaborative governance and community participation in tourism and conservation: Insights from Waiheke Island, New Zealand. Frontiers in Sustainable Tourism, 4(2025), 1567048. https://doi.org/10.3389/frsut.2025.1567048.
Tuyen, T. V. et al. (2023). Community-based tourism as social entrepreneurship promoting sustainable development in coastal communities: A study in Thua Thien Hue province, Central Vietnam. Maritime Studies, 22(2023), 8. https://doi.org/10.1007/s40152-023-00293-6.