การพัฒนารูปแบบการบริหารมหาวิทยาลัยแบบหลายวิทยาเขตสู่ความเป็นเลิศ: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการบริหารมหาวิทยาลัยแบบหลายวิทยาเขตสู่ความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยแบบจำลองสมการโครงสร้าง (SEM) และ 2) ตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้างของรูปแบบโดยศึกษาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ การบริหารมหาวิทยาลัยแบบหลายวิทยาเขตสู่ความเป็นเลิศ และผลลัพธ์การบริหาร วิธีดำเนินงานวิจัยแบ่งออกเป็นระยะเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิและผู้บริหารระดับนโยบาย 7 คน และระยะเชิงปริมาณ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่างผู้บริหารมหาวิทยาลัย 226 คน ด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ ตามวิทยาเขตและตำแหน่งทางการบริหาร วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ SEM ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบที่พัฒนาขึ้นเป็นแบบจำลองเชิงโครงสร้างระบบคุณภาพ บูรณาการ 3 องค์ประกอบหลัก คือ ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ การบริหารมหาวิทยาลัยแบบหลายวิทยาเขตสู่ความเป็นเลิศ และผลลัพธ์การบริหาร โดยมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ในระดับสูง (χ² = 88.581, df = 70, p = .066, CFI = .995, RMSEA = .035) ปัจจัยภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อการบริหารมหาวิทยาลัยแบบหลายวิทยาเขตสู่ความเป็นเลิศ (β = .910) และมีอิทธิพลทางอ้อมต่อผลลัพธ์การบริหาร (β = .884) ผ่านตัวแปรส่งผ่านการบริหารมหาวิทยาลัยแบบหลายวิทยาเขตสู่ความเป็นเลิศอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการตรวจสอบความตรงเชิงโครงสร้าง พบว่า แบบจำลองร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของผลลัพธ์การบริหารได้ร้อยละ 94.30 (R² = .943) สามารถบูรณาการระบบคุณภาพมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (KUQS) เข้ากับเกณฑ์ EdPEx ระดับชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้เป็นกรอบกลยุทธ์ระดับนโยบายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐให้เกิดความยั่งยืน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. (2566). รายงานผลการประเมินคุณภาพภายใน และการประเมินคุณภาพภายนอก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. เรียกใช้เมื่อ 5 สิงหาคม 2569 จาก https://shorturl.asia/F23Og
สำนักงานพัฒนาคุณภาพ. (2569). ระบบคุณภาพมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. เรียกใช้เมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 จาก https://qd.ku.ac.th/ku-excellence-model
สิทธิชัย สอนสุภี. (2554). โมเดลสมการโครงสร้างของปัจจัยที่ส่งผลต่อความเป็นเลิศของมหาวิทยาลัย. ใน วิทยานิพนธ์ปรัชญามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สุภัทรา สงครามศรี. (2563). อิทธิพลของภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ ที่มีต่อการบริหารสู่ความเป็นเลิศ และผลลัพธ์การบริหาร ที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารวิชาการเทคโนโลยีการจัดการ, 1(2), 1-11.
เหมือนฝัน นันทิยกุล และพิชญาภา ยืนยาว. (2563). ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารโรงเรียนเอกชนสู่ความเป็นเลิศในจังหวัดนครปฐม. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 12(1), 232-246.
อนุธิดา ประเสริฐศักดิ์ และคณะ. (2563). โมเดลความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้้นําเชิงกลยุทธ์์ การจัดการนวัตกรรม กับผลการดําเนินงานของมหาวิทยาลัยเอกชนในประเทศไทย. วารสารหาดใหญ่วิชาการ, 20(1), 183-200.
Butterworth, R. & Witcher, B. (2001). Realising the Vision: Translating Strategy into Action through Policy Management. Journal of the Institution of British Telecommunications Engineers, 2(4), 1-11.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient Alpha and the Internal Structure of Tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.
Dahlgaard, J. J. et al. (2019). Evolution and future of total quality management: management control and organisational learning. Total Quality Management & Business Excellence, 30(1), 1-16.
Hitt, M. A. et al. (2010). Strategic leadership for the 21st century. Business Horizons, 53(5), 437-444.
Kline, R. B. (2023). Principles and Practice of Structural Equation Modeling. (5th ed.). New York: Guilford Press.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 5-55.
Schumacker, R. E. et al. (2022). A beginner's Guide to Structural Equation Modeling. (5th ed.). New York: Routledge.