สิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับวาระสุดท้ายของชีวิต: ศึกษาการตายตามธรรมชาติ การุณยฆาต และกฎหมายไทยเปรียบเทียบต่างประเทศ

Main Article Content

จิรพงศ์ สุวรรณบุญฤทธิ์
ณัฐดนัย สุภัทรากุล

บทคัดย่อ

ปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์ทั้งในด้านการตรวจวินิจฉัยและการรักษา ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการบำบัดรักษาจนหายขาดจากโรคหรือภาวะต่าง ๆ ซึ่งในอดีตไม่อาจรักษาได้ อย่างไรก็ดี มีโรคอีกหลายชนิดที่อยู่ในระยะลุกลาม อาทิ โรคมะเร็ง ผู้ป่วยจะมีความทุกข์ทรมานจากการรักษา เช่น การฉายแสง ยาเคมีบำบัด หรือยามุ่งเป้า ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่มิอาจปฏิเสธได้ ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่แย่ลง และนำมาซึ่งปัญหาที่หนักหน่วงทั้งผู้ป่วย ครอบครัว และสถานะทางการเงิน การตัดสินใจเกี่ยวกับวาระสุดท้ายของชีวิตเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับกฎหมาย จริยธรรมทางการแพทย์ สิทธิมนุษยชน ศาสนา และค่านิยมของสังคม แม้ว่าหลายประเทศจะพัฒนากฎหมายรองรับการุณยฆาตหรือการช่วยเหลือการฆ่าตัวตายภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด แต่ประเทศไทยยังคงเลือกใช้แนวทางรับรองสิทธิในการปฏิเสธการรักษาและการเสียชีวิตตามธรรมชาติผ่านมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการสร้างดุลยภาพระหว่างการเคารพเจตจำนงของผู้ป่วยกับหลักการคุ้มครองชีวิตตามระบบกฎหมายไทย ผู้เขียนเห็นว่าในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายให้มีการการุณยฆาตเชิงรุก แต่ควรทำให้สิทธิที่กฎหมายได้รับรองและมุ่งคุ้มครองที่บัญญัติไว้แล้ว สามารถบังคับใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้เกิดผลได้จริงในทางปฏิบัติ เช่น การพัฒนาระบบการดูแลแบบประคับประคอง การให้ความรู้แก่ประชาชนในการจัดทำหนังสือแสดงเจตนาและการวางแผนดูแลล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อให้การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยในวาระสุดท้ายเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้บริบทของสังคมและกฎหมายไทย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สุวรรณบุญฤทธิ์ จ., & สุภัทรากุล ณ. (2026). สิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับวาระสุดท้ายของชีวิต: ศึกษาการตายตามธรรมชาติ การุณยฆาต และกฎหมายไทยเปรียบเทียบต่างประเทศ. วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม, 10(11), 100–109. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/298405
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กรมการแพทย์. (2568). คู่มือการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้าย. นนทบุรี: สินทวีการพิมพ์.

คณิต ณ นคร. (2559). กฎหมายอาญาภาคทั่วไป. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิญญูชน.

ไทยพีบีเอส. (2569). ‘พ.ร.บ.ตายดี’ สิทธิขอจบชีวิตตนเอง เพื่อคนไทยเข้าถึงสิทธิการดูแลระยะท้ายถ้วนหน้า. เรียกใช้เมื่อ 5 กรกฎาคม 2569 จาก https://theactive.thaipbs.or.th/news/public-policy-20260419-2

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. (2564). กฎหมายมหาชน เล่ม 3 : ที่มาและนิติวิธี. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิญญูชน.

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย. (2564). แนวทางเวชปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย.

วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์. (2558). สิทธิผู้ป่วยและความยินยอมในการรักษาพยาบาล. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิญญูชน.

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. (2567). ทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล พ.ศ. 2566 (กลุ่มผู้ป่วยหลักของ Palliative Care). กรุงเทพมหานคร: พรทรัพย์การพิมพ์.

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2561). ระบบประกันการดูแลระยะยาว: ระบบที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย. เรียกใช้เมื่อ 2 กรกฎาคม 2569 จาก https://tdri.or.th/2017/12/old-age-insure-system/

สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (2566). ค่าใช้จ่าย’ เดือนสุดท้ายของชีวิต ‘สังคมสูงวัย ละลาย ‘งบ’ ระบบสุขภาพ ชูทางออก ‘การดูแลแบบประคับประคอง’. เรียกใช้เมื่อ 2 กรกฎาคม 2569 จาก https://healthstation.in.th/news/show/924

สุริยาพร นพกรเศรษฐกุล. (2561). สิทธิในการตายอย่างสงบกับการแสดงเจตนาล่วงหน้าตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550. วารสารนิติศาสตร์, 47(3), 95-128.

แสวง บุญเฉลิมวิภาส. (2563). กฎหมายการแพทย์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิญญูชน.

Beauchamp, T. L. & Childress, J. F. (2009). Principles of Biomedical Ethics. (6th ed.). New York: Oxford University Press.

World Health Organization. (2020). Palliative care. Geneva: World Health Organization.