ปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในบริบทของสินทรัพย์ดิจิทัลของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ในอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค, สินทรัพย์ดิจิทัล, นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย, การรับรู้ความรู้ของตนเองบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาลักษณะส่วนบุคคล เศรษฐกิจ สังคมและประสบการณ์ที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 2) เพื่อศึกษาระดับความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค และ 3) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในบริบทของสินทรัพย์ดิจิทัลของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ในอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรคือนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย 10 โรงเรียนในอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 8,401 คน กลุ่มตัวอย่าง 400 คน กำหนดขนาดด้วยสูตรของ Yamane (1973) ร่วมกับเกณฑ์ของ Green (1991) โดยกระจายตามสัดส่วนของแต่ละโรงเรียนและเลือกแบบบังเอิญ เครื่องมือเป็นแบบสอบถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 0.76 และค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคทั้งฉบับเท่ากับ 0.972 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณด้วยวิธี Enter ผลการวิจัยพบว่า 1) กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีรายได้ 3,000–5,000 บาทต่อเดือน ครอบครัวมีรายได้ 15,000–30,000 บาทต่อเดือน และครอบครัวไม่เคยลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล การเปิดรับข้อมูลข่าวสารโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง สูงสุดคือโซเชียลมีเดีย ต่ำสุดคือหน่วยงานรัฐ 2) การรับรู้ความรู้และความเข้าใจของตนเองโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง และ 3) ปัจจัยด้านการรับข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานรัฐและผลการเรียนเฉลี่ยสะสมส่งผลทางบวกต่อความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในบริบทของสินทรัพย์ดิจิทัล ในขณะที่ประสบการณ์การใช้สินทรัพย์ดิจิทัล (Stablecoin) ส่งผลเชิงลบต่อความรู้และความเข้าใจดังกล่าว อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
เอกสารอ้างอิง
กฤตธี เปี่ยมสง่า. (2564). การเปิดรับข่าวสารและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลของกลุ่มผู้บริโภคเจเนอเรชันวาย. (นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย).
กุลนันทน์ ศรีเจริญ. (2567). ปรากฏการณ์ล้มทั้งยืน: อาชญากรรมบนเทคโนโลยีการเงินแบบกระจายศูนย์. วารสารสังคมสงเคราะห์ศาสตร์และการบริหารสังคม, 32(1), 29-61.
ชนากานต์ ธนนิวัฒน์ และ ศิริชัย กาญจนวาสี. (2566). การพัฒนาแบบวัดความฉลาดรู้การเงินสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารการวัดผลการศึกษา, 40(107), 40-51.
ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2569). มาตรการจำกัดวงเงินโอนของบัญชีเงินฝากและ e-Money สำหรับผู้เยาว์เพื่อป้องกันบัญชีม้า. สืบค้นจาก https://www.bot.or.th/th/news-and-media/news/news-20260731-2.html.
โธมัส กวาดามูซ, วรวลัญช์ วรัชวรวัลย์ และ ณัฐรัชต์ สาเมาะ. (2566). ภูมิคุ้มกันในโลกดิจิทัล (digital resilience) ทักษะที่เด็กและเยาวชนไทยยุคใหม่ต้องมี. สืบค้นจาก https://mahidol.ac.th/musef/ภูมิคุ้มกันในโลกดิจิทั/.
นัฐพัชร สมงาม, พนิดา นิลอรุณ และ ชลภัสสรณ์ สิทธิวรงค์ชัย. (2568). การพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลและประสิทธิภาพการทำงาน. วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์, 7(3), 503–518.
นันทิภา แสงทอง, สุชาดา นันทะไชย และ สุดารัตน์ สารสว่าง. (2567). สุขภาวะที่ดีทางดิจิทัลของนักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สตรีวิทยา 2 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 13(5), 239–249.
ประกายแก้ว ไกรสงคราม และ สุรศักดิ์ เก้าเอี้ยน. (2565). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความฉลาดรู้ทางการเงินของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย: การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับ. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 12(3), 27-40.
พงศธร ปริญญาวุฒิ. (2565). เผยผลสำรวจความสนใจสินทรัพย์ดิจิทัลของประชาชนชาวไทย พบ 46% มุ่งเก็งกำไร. สืบค้นจาก https://www.sec.or.th/TH/Template3/Articles/2565/170565.pdf.
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์. (2565). รู้เขา รู้ระวัง รู้เท่าทัน สินทรัพย์ดิจิทัล. สืบค้นจาก https://www.sec.or.th/TH/Documents/DigitalAsset/DigitalAssetInvestment-Guide.pdf.
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2569ก). ข้อมูลสถิตินักเรียนรายสถานศึกษา ปีการศึกษา 2568 จังหวัดสุราษฎร์ธานี. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ. (2569ข). ระบบข้อมูล RealTime: ข้อมูลสถานศึกษา จังหวัดสุราษฎร์ธานี อำเภอเมือง สุราษฎร์ธานี. สืบค้นจาก https://edurealtimedata.moe.go.th/dashboard/schools?provinceId=84&districtId=8401.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2568). สรุปผลที่สำคัญ การสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. 2568 (ไตรมาสที่ 1). สืบค้นจาก https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2025/20250526075340_14241.pdf.
อัครวิชช์ รอบคอบ และ เกสินี หมื่นไธสง. (2566). ทัศนคติเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลของนักลงทุนช่วงเจเนอเรชันวายในประเทศไทย. Maejo Business Review, 5(1), 70-91.
Allgood, S., & Walstad, W. B. (2016). The effects of perceived and actual financial literacy on financial behaviors. Economic inquiry, 54(1), 675-697.
Bandura, A. (1977). Social learning theory. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Best, J. W. (1981). Research in education. (4th ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Boston Consulting Group, & ADDX. (2022). Relevance of on-chain asset tokenization in crypto winter. Retrieved from https://documents.addx.co/relevance_of_onchain_asset_tokenization_in_crypto_winter.pdf.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.
Etikan, I., Musa, S. A., & Alkassim, R. S. (2016). Comparison of convenience sampling and purposive sampling. American Journal of Theoretical and Applied Statistics, 5(1), 1-4.
Field, A. (2018). Discovering statistics using IBM SPSS statistics. (5th ed.). London: SAGE Publications.
Green, S. B. (1991). How many subjects does it take to do a regression analysis?. Multivariate Behavioral Research, 26(3), 499-510.
Hair, J. F., Black, W. C., Babin, B. J., & Anderson, R. E. (2019). Multivariate data analysis. (8th ed.). Hampshire: Cengage.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
LeBaron, A. B., & Kelley, H. H. (2021). Financial socialization: A decade in review. Journal of Family and Economic Issues, 42(Suppl 1), 195-206.
Lusardi, A., & Mitchell, O. S. (2014). The economic importance of financial literacy: Theory and evidence. Journal of Economic Literature, 52(1), 5-44.
Ward, S. (1974). Consumer socialization. Journal of Consumer Research, 1(2), 1-14.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis. (3rd ed.). New York: Harper & Row.
Yang, K., & Banamah, A. (2014). Quota sampling as an alternative to probability sampling? An experimental study. Sociological Research Online, 19(1), 1-11.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสังคมศาสตร์ปัญญาพัฒน์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.