รูปแบบการปรับตัวต่อสถานการณ์โควิด 19 ของชาวไทยมุสลิม ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้แต่ง

  • รอซีดะห์ หะนะกาแม คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
  • อับดุลย์ลาเต๊ะ สาและ คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฎอนี
  • แวยูโซะ สิเดะ คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
  • ซัลมา แดเมาะเล็ง คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
  • อิสมาอีล อาเนาะกาแซ คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
  • อาหมัด อัลฟารีตีย์ คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
  • อิสมาแอ สะอิ คณะอิสลามศึกษาและนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี

คำสำคัญ:

ชาวไทยมุสลิม, โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19), สำนักจุฬาราชมนตรี

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีจุดประสงค์การวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาผลกระทบของสถานการณ์โควิด 19 ต่อการปรับตัวของชาวไทยมุสลิมในด้านการประกอบอาชีพอาชีพและด้านสุขภาพ 2) เพื่อศึกษาทัศนคติของชาวไทยมุสลิมต่อการปฏิบัติตามคำสั่งและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของสำนักจุฬาราชมนตรี และ 3) เพื่อศึกษารูปแบบการปรับตัวของชาวไทยมุสลิมต่อสถานการณ์โควิด 19 โดยใช้วิถีทางวัฒนธรรมอิสลาม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการสำรวจทัศนคติจำนวน 400 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการสัมภาษณ์ ได้แก่ คณะกรรมการประจำมัสยิดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดละ 10 คน รวม  30 คน นักวิชาการมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดละ 10 คน รวม  30 คนประชาชนทั่วไปที่เป็นมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดละ 10 คน รวม 30 คน รวมทั้งหมดจำนวน  90 คน และการจัดเวทีสนทนากลุ่ม ประกอบด้วย ประชาชนทั่วไป จำนวน 10 คน ผู้นำศาสนา จำนวน 5 คน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) จำนวน 5 คน นักวิชาการมุสลิม จำนวน 5 คน ตัวแทนสำนักจุฬาราชมนตรี จำนวน 1 คน และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดยะลา ปัตตานีและนราธิวาส จำนวน 3 คน รวมทั้งหมด 29 คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่ได้จากแบบสอบถาม การสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม จะใช้วิธีการวิเคราะห์และการสรุปผลตามเนื้อหา ตลอดจนการประมวลวิเคราะห์จากเอกสารและหลักฐานต่าง ๆ ที่รวบรวมได้ โดยการแยกแยะและวิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูลที่ได้มาตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้  ตรวจสอบความครอบคลุมของข้อมูล แล้วนำเสนอในรูปแบบรายงานเชิงพรรณนาวิเคราะห์ประกอบการอภิปรายผล ผลการวิจัยพบว่า  1) ผลกระทบของสถานการณ์โควิด 19 ต่อการปรับตัวของชาวไทยมุสลิมด้านการประกอบอาชีพ ได้รับความเดือดร้อนรายได้ลดลง และบางส่วนไม่มีงานทำ ถูกเลิกจ้างงาน และมีภาระหนี้สิน ด้านสุขภาพของผู้ที่ติดโควิดโดยที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนมาก่อนกับผู้ที่ติดโควิดหลังจากฉีดวัคซีนมาแล้วมีความแตกต่างกัน กล่าวคือผู้ที่ติดโควิดหลังจากฉีดวัคซีนมาแล้วมีความรุนแรงน้อยกว่าผู้ที่ติดโควิดโดยที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนมาก่อน 2) ชาวไทยมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีทัศนคติที่ดีต่อมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของสำนักจุฬาราชมนตรี เนื่องด้วยมาตรการดังกล่าวมีความสอดคล้องกับหลักการอิสลาม คือ การรักษาไว้ซึ่งชีวิตของมนุษย์ หรือการคุ้มครองความมั่นคงของชีวิต เพราะหลักการนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องชีวิตจากการทำร้ายร่างกาย หรือทำร้ายส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายและจะครอบคลุมการรักษาและป้องกันสุขภาพ หรือขจัดโรคร้ายต่าง ๆ และ 3) การปรับตัวของชาวไทยมุสลิมต่อสถานการณ์โควิด 19 โดยใช้วิถีทางวัฒนธรรมอิสลามในการปฏิบัติศาสนกิจในสถานการณ์โควิด 19 ชาวไทยมุสลิมสามารถปรับตัวโดยการนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการประกอบศาสนกิจในสถานการณ์โควิด 19 ได้อย่างถูกต้องโดยผ่านประกาศของสำนักจุฬาราชมนตรี รูปแบบในการปรับตัวการปฏิบัติศาสนกิจจะประกอบด้วย การละเว้นกระทำในสิ่งที่บังคับ การอนุมัติให้กระทำในสิ่งที่ต้องห้าม และการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการปฏิบัติศาสนกิจ

เอกสารอ้างอิง

เอกสารอ้างอิงฉบับภาษาไทย

คอลิค ครุนันท์ และคณะ. (2566).บทบาทของผู้้นำศาสนาอิสลามในการคัดกรองและเฝ้าระวังโรคโควิด 19 : กรณีศึกษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้้. วารสารพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 31(3): 66-77.ไทยรัฐออนไลน์. (thairath.co.th) เผยแพร่เมื่อ 23 สิงหาคม 2564 สืบค้นเมื่อ 23 สิงหาคม 2564

ธนเดช ชัยรักษา และคณะ.(2564). การปรับตัววิถีใหม่ของประชาชนในช่วงโควิด 19 กรณีศึกษาผู้ได้รับผลกระทบถูกเลิกจ้างงาน ชุมชนควนสะตอ ตำบลบางรูป อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช.วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 4(1), 70-82.

ประเวศ หมีนเส็น และมาลินี ยามา. (2565). รูปแบบการเสริมสร้างสุขภาพในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้บริบทพหุวัฒนธรรม.วารสารอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 13(2), 81-98.

สมิตานัน หยงสตาร์. (2563). รอมฎอน: ชาวมุสลิมปรับตัวอย่างไรในเดือนรอมฎอนท่ามกลางการระบาดของโควิด-19. สืบค้น 5 สิงหาคม 2564, จาก https://www.bbc.com/thai/thailand-52392686

สุพัตรา รุ่งรัตน์ และคณะ. (2564). ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์โควิด 19 ของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองยะลา จังหวัดยะลา. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 6(2),160-174.

อับดุลย์ลาเต๊ะ สาและ และคณะ. (2566). ทัศนคติของชาวไทยมุสลิมต่อการปฏิบัติตามคำสั่งและมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของสำนักจุฬาราชมนตรี. วารสารอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 14(2), 184-206.

อับดุลเลาะ เจ๊ะหลง และคณะ. (2567).วิธีการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด 19 ของชุมชนมุสลิมสามจังหวัดชายแดนภาคใต้. วารสารธรรมศาสตร์, 43(2), 55-73.

อิบรอฮีม ณรงค์รักษาเขต และคณะ. (2565). วัฒนธรรมและความเชื่อของชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อและการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนาสายพันธ์ 2019 (COVID 19) แนวทางในการป้องกันและลดทอนการแพร่ระบาดของโรคด้วยหลักการอิสลาม หลักสุขภาวะและภูมิปัญญาท้องถิ่น. วารสารอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์,13(2), 1-19.

อีสมาแอ กาเต๊ะ และนุมาน หะยีมะแซ. (2563). การนำมาใช้วะสะฏียะฮ์ในพหุสังคม:กรณีศึกษาครูอิสลามศึกษาแบบเข้มในโรงเรียนของรัฐในเขตพื้นที่จังหวัดปัตตานี เขต 1. วารสารอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 11(1), 60-74.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-06-28

รูปแบบการอ้างอิง

หะนะกาแม ร. ., สาและ อ. ., สิเดะ แ., แดเมาะเล็ง ซ. ., อาเนาะกาแซ อ. ., อัลฟารีตีย์ อ. ., & สะอิ อ. . (2025). รูปแบบการปรับตัวต่อสถานการณ์โควิด 19 ของชาวไทยมุสลิม ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้. มนารอ : วารสารประเด็นอิสลามร่วมสมัย, 6(1), 128–141. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/M-JICI/article/view/277883

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิชาการ