ศึกษาทัศนะของพระพุทธเจ้าที่ทรงมีต่ออัพยากตปัญหา
คำสำคัญ:
ทัศนะ, อัพยากตปัญหาบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ได้ศึกษาทัศนะของพระพุทธเจ้าที่ทรงมีต่ออัพยากตปัญหา โดยมีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดของลัทธิศาสนาต่าง ๆ ในพุทธกาลที่มีต่ออัพยากตปัญหา 2) เพื่อศึกษาการตอบปัญหาของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏในคัมภีร์ต่าง ๆ 3) เพื่อศึกษาพุทธทัศนะที่ทรงมีต่ออัพยากตปัญหา และเหตุผลที่ไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาทางอภิปรัชญานั้น
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบศึกษาเชิงวิเคราะห์(Critical Study Research) โดยศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากทางเอกสาร (Documentary Research) ซึ่งมีลำดับขั้นตอนดังนี้ 1) ศึกษาข้อมูลจากเอกสารขั้นปฐมภูมิ คือ พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย 2539 2) ศึกษาข้อมูลจากเอกสารชั้นทุติยภูมิอื่นๆ เช่น อรรถกถา ฎีกา และตำราวิชาการทางพระพุทธศาสนาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 3) ศึกษาข้อมูลจากแหล่งทั้งสองข้างต้นต่าง ๆ นำข้อมูลมาวิเคราะห์ แล้วนำเสนอในรูปการพรรณนาเชิงวิเคราะห์ (Analytical Description) ประกอบทัศนะแนวความคิดเห็นของผู้วิจัย
ผลการวิจัยพบว่า
อัพยากตปัญหาในยุคต้นพุทธกาลนั้น เป็นแนวคิดปัญหาที่สมณพราหมณ์ในยุคนั้นถกเถียงกัน เพื่อแสวงหาความเป็นจริงเกี่ยวกับ โลก จักรวาล วิญญาณที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต แต่เป็นการค้นหาความจริงที่อยู่นอกเหนือปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่ถือเป็นลักษณะของอภิปรัชญาว่าด้วยการพิสูจน์ความเป็นจริงหรือไม่จริง ความมีอยู่ หรือไม่มีอยู่ของโลกของคนและของวิญญาณ ซึ่งอยู่ในความสนใจของชาวอินเดียส่วนใหญ่ในสมัยนั้น โดยสมณะพราหมณ์เหล่านั้นพยายามตั้งคำถามเป็นปัญหาที่ได้ผูกขึ้นหรือจัดเป็นกลุ่มปัญหา เพื่อนำไปถามบรรดาเจ้าลัทธิในสมัยนั้น และอัพยากตปัญหาก็อยู่ในปัญหาเหล่านี้ด้วย ซึ่งแต่ละสำนักก็ให้คำตอบที่แตกต่างกันออกไปตามทัศนะของตนและต่างยืนยันว่า แนวคิดของตนเท่านั้นถูกต้อง บรรยากาศในสมัยนั้นจึงเต็มไปด้วยการถกเถียงกันด้วยแนวคิดทางปรัชญา ในขณะที่พระพุทธเจ้าเองก็ทรงได้รับการทูลถามปัญหาทางอภิปรัชญานี้ด้วยเช่นกัน แต่ไม่ทรงพยากรณ์ไปในแนวทางใดทางหนึ่ง
การตอบปัญหาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงถือหลักการตอบ 4 อย่างตามลักษณะของปัญหาและท่าทีของผู้ถามด้วย กล่าวคือ 1. ทรงตอบด้วยปฏิปุจฉาพยากรณ์ 2. ทรงตอบด้วย วิภัชชพยากรณ์ 3. ทรงตอบด้วยเอกังคพยากรณ์ 4. ทรงตอบด้วยฐปนียพยากรณ์ ซึ่งปัญหาประเภทนี้เรียกว่า อัพยากตปัญหา คือ ปัญหาที่ไม่ทรงตอบ เป็นปัญหาที่ไม่กระทำให้แจ้ง คือ เป็นธรรมที่ไม่ทรงแสดงว่าเป็นกุศลธรรม หรือ อกุศลธรรม
การศึกษาพุทธทัศนะที่ทรงมีต่ออัพยากตปัญหาและเหตุผลที่ไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาทางอภิปรัชญานั้น พอจะสรุปสาเหตุที่พระพุทธองค์ไม่ทรงพยากรณ์อัพยากตปัญหาได้ว่า น่าจะเป็นเพราะเหตุดังต่อไปนี้ คือ เพราะเป็นปัญหาที่ 1. เป็นธรรมประณีตลุ่มลึก 2. เป็นการเห็นผิดว่าขันธ์ 5 ทั้งหลายเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นอัตตาตัวตน 3. บุคคลสิ้นอวิชชา สิ้นทิฏฐิแล้วย่อมหยั่งรู้ได้เอง 4. เพราะไม่ทำให้เกิดธรรมทัสสนะ 5. คำถามเป็นมิจฉาทิฏฐิทั้งหมด 6. ทรงตอบธรรมที่เป็นประโยชน์เพื่อความรู้ยิ่ง(ตรัสรู้)เพื่อบรรลุพระนิพพาน
พระพุทธองค์ทรงเลือกบุคคลที่จะตอบปัญหากับผู้ที่มาทูลถาม ที่ทรงเห็นแล้วว่าจะเกิดประโยชน์กับผู้ฟังนั้น ทรงตอบธรรมเฉพาะที่เป็นประโยชน์ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อการตรัสรู้ เพื่อบรรลุพระนิพพาน
ดังนั้น สาเหตุที่ไม่ทรงพยากรณ์อัพยากตปัญหา เพราะว่าเป็นปัญหาที่ลุ่มลึกตอบไปแล้วคนไม่เข้าใจก็ยิ่งจะงมงาย และไม่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ ไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย ไม่เป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด(ราคะกิเลส) ไม่เป็นไปเพื่อความดับ เพื่อความสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน และทรงกล่าวข้อธรรมอีกว่า งานเฉพาะหน้าของมนุษย์แต่ละคน ควรทำโดยเร่งด่วนคือการปฏิบัติเพื่อความดับทุกข์ มิใช่การค้นหาความจริงด้านอภิปรัชญา เมื่อบุคคลกระทำทุกข์ให้ถึงที่สุดแล้ว ความสงสัยในปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไปเอง
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ