การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย
คำสำคัญ:
รูปแบบการบริหารสถานศึกษา, หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง, โรงเรียนขนาดเล็ก, สภาคริสตจักรในประเทศไทยบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2) ออกแบบและสร้างรูปแบบ 3) ประเมินรูปแบบ 4) เปรียบเทียบผลการทดลองใช้รูปแบบก่อนและหลังการทดลองใช้ และ 5) ศึกษาผลการใช้รูปแบบ ด้านประสิทธิภาพ ด้านประสิทธิผล และด้านคุณค่า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ โรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ผู้ให้ข้อมูลโรงเรียนละ 5 คน จำนวน 13 โรงเรียนรวมทั้งสิ้น 65 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าที (t- test Dependent) และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1) สภาพปัญหาการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย พิจารณารายด้านพบว่า สภาพปัญหาที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง คือ ด้านการนิเทศติดตาม 2) รูปแบบของการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย คือ 3-2 PASS Model (Three-Two PASS Model) ประกอบด้วย หลัก 3 ห่วง คือ การมีความพอประมาณ การมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน พร้อมกับ 2 เงื่อนไข คือ ความรู้ และคุณธรรม 3) ผลการเปรียบเทียบการทดลองใช้รูปแบบระหว่างก่อน และหลังการทดลองมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 4) ผลการใช้รูปแบบในด้านประสิทธิภาพ ด้านประสิทธิผล และด้านคุณค่า ปรากฏผลอยู่ในระดับมากที่สุดมีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน และสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2559). คู่มือแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในภาคการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: ม.ป.ท.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนพัฒนาการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564). กรุงเทพมหานคร: สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
เกศินี ศรีสาธร. (2563). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาตามศาสตร์พระราชาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การเป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษา ด้วย 6 P MODEL ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอหนองม่วง สังกัดสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดลพบุรี. เข้าถึงได้จาก http://www.esannfe.com/readnews2.php?id=0018
คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2546). รายงานประจำปี 2546. สำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
จารุวรรณ ตาลสุกเรือง. (2565). รูปแบบการบริหารตามศาสตร์พระราชาเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. (วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา). คณะศึกษาศาสตร์: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ธงชัย ดีมูลพันธ์. (2565). การบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของสถานศึกษา ในสหวิทยศึกษาวังสีทา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 2. (การค้นคว้าอิสระ ปริญญามหาบัณฑิต) มหาวิทยาลัยศิลปากร.
นงลักษณ์ ใจฉลาด และอนันต์ นามทองต้น. (2565). การบริหารจัดการสถานศึกษาพอเพียงตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1. (รายงานการวิจัย). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.
สุดารัตน์ กุมขุนทด และธานี เกสทอง. (2560). แนวทางการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 3. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 14(1), 115–123.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). การศึกษาเพื่อพัฒนาคนไทยในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
Deming, Edward W. (2009). ความหมายของ PDCA. เข้าถึงได้จาก http://uac.kka.ac.th/metamorph_grass/QA/Report/PDCA.pdf
Lunenburg, F. C., & Ornstein, A. C. (2000). ทฤษฎีระบบพื้นฐาน (Basic Systems Theory). ใน Educational administration: Concepts and practices (3rd ed.). Wadsworth/Thomson Learning.
Rovinelli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. Dutch Journal of Educational Research, 2(2), 49–60.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น ไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของบรรณาธิการ