การประยุกต์หลักธรรมเพื่อการส่งเสริมการดำเนินการของภาครัฐในกระบวนการติดตามเด็กและเยาวชนกระทำความผิดภายหลังออกจากกระบวนการยุติธรรม
คำสำคัญ:
ประยุกต์หลักธรรม, ติดตามเด็กและเยาวชน, กระทำความผิดบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาระดับการดำเนินการติดตามเด็กและเยาวชนกระทำผิดภายหลังออกจากกระบวนการยุติธรรมของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน 2. เปรียบเทียบการดำเนินการติดตามเด็กและเยาวชนกระทำผิดภายหลังออกจากกระบวนการยุติธรรมโดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล 3. เสนอแนะการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในกระบวนการติดตามเด็กและเยาวชนกระทำผิดภายหลังออกจากกระบวนการยุติธรรม การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้รูปแบบการแบบผสานวิธี ตามลักษณะการศึกษารวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณโดยการแจกแบบสอบถามนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติหน้าที่ในการติดตามภายหลังปล่อย จำนวน 210 คน เป็นการเก็บข้อมูล นักสังคมสงเคราะห์ทั้งหมดที่ปฏิบัติหน้าที่ในกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และเชิงคุณภาพเป็นการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวนทั้งสิ้น 8 รูปหรือคน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา จำนวน 2 รูป นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จำนวน 3 คน และนักสังคมสงเคราะห์ จำนวน 3 คน
ผลการวิจัยพบว่า บุคลากรที่มีเพศและการศึกษาต่างกันมีความคิดเห็นต่อการดำเนินการภาครัฐในกระบวนการติดตามเด็กและเยาวชนกระทำผิดภายหลังออกจากกระบวนการยุติธรรม โดยรวม ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จึงเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ส่วนบุคลากรที่มีอายุแตกต่างกันมีการดำเนินการภาครัฐในกระบวนการติดตามเด็กและเยาวชนกระทำผิดภายหลังออกจากกระบวนการยุติธรรมโดยรวม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ แนวทางหลักธรรมมาประยุกต์การดำเนินการของภาครัฐในกระบวนการติดตามเด็กและเยาวชนกระทำความผิดภายหลังออกจากกระบวนการยุติธรรม ต้องมีความเมตตาใส่ใจในรายละเอียดของเด็ก ปฏิบัติหน้าที่บนฐานความคิดที่เด็กพึงได้รับความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุด ป้องกันการกระทำผิด สร้างการรับรู้ให้สังคมได้เข้าใจ โดยนำทรัพยากรทางสังคม อาทิ เครือข่ายภาครัฐ เอกชน ภาคประชาสังคมและชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟู วางแผนการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยรวมถึงติดตามเด็กและเยาวชนภายหลังออกจากสถานที่ควบคุม
เอกสารอ้างอิง
กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน. (2565). แผนปฏิบัติราชการรายปี (พ.ศ. 2565) ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน. สืบค้น 2 มิถุนายน 2566, จาก https://shorturl.asia/PCodA
ดลนพร วราโพธิ์ และคณะ. (2562). การจัดการทรัพยากรมนุษย์ของมหาวิทยาลัยสงฆ์เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 8(2), 223-239.
ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชัช และคณะ. (2549). การติดตามและประเมินผลเด็กและเยาวชนภายหลังปล่อยจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนของกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ธมลณัฏฐ์ พายจะโป๊ะ. (2554). ภาวะผู้นําที่พึงประสงค์ ตามหลักพรหมวิหาร 4 : กรณีศึกษาข้าราชการทหาร สังกัดสถาบันวชาการป้องกันประเทศ (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระเลอวุฒิ ภูริปญฺโญ. (2555). ภาวะผู้นำตามหลักพรหมวิหาร 4 ของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ในอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สุดสงวน สุธีสร. (2558). อาชญาวิทยา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Saithong, C. (2025). Faith and justice in action: Understanding the Buddhist temples function as civic probation centers in Central Thailand. Religion, State and Society, 53(2), 145-163.


