การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาสมรรถนะบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี

ผู้แต่ง

  • เบญจรงค์ ธัญญเจริญ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • นพดล ดีไทยสงค์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พระครูโสภณวีรานุวัตร (นิคม ณฏฺฐวโร) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

อิทธิบาทธรรม, พัฒนาสมรรถนะบุคลากร, องค์การบริหารส่วนตำบลนิคมกระเสียว, การประยุกต์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสมรรถนะบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักอิทธิบาทธรรมกับสมรรถนะบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี และ 3. นำเสนอการประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาทธรรมเพื่อพัฒนาสมรรถนะบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ดำเนินการวิธีวิจัยแบบผสานวิธี คือ การวิจัยเชิงปริมาณ โดยเก็บข้อมูลจากการแจกแบบสอบถามกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 366 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 10 รูปหรือคน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท

 ผลการวิจัยพบว่า 1. สมรรถนะบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมกระเสียว โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านการทำงานเป็นทีม อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านการยึดมั่นในความถูกต้องและจริยธรรม ด้านความเข้าใจในองค์กรและระบบงาน ด้านการบริการเป็นเลิศ และด้านการมุ่งผลสัมฤทธิ์ 2. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักอิทธิบาทธรรมกับสมรรถนะบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมกระเสียว อำเภอด่านช้าง พบว่า มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับต่ำ เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับค่อนข้างต่ำ ได้แก่ หลักวิริยะ หลักฉันทะ หลักวิมังสา และหลักจิตตะ 3. การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมกระเสียวตามหลักอิทธิบาทธรรมช่วยเสริมแรงบันดาลใจ สมาธิ และการคิดวิเคราะห์ ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย 3.1 การมุ่งผลสัมฤทธิ์ 3.2 การยึดมั่นในความถูกต้องและจริยธรรม 3.3 ความเข้าใจในองค์กรและระบบงาน 3.4 การบริการเป็นเลิศ 3.5. การทำงานเป็นทีม  โดยเน้นเป้าหมายชัดเจน การอบรมต่อเนื่อง

เอกสารอ้างอิง

กรมการปกครอง. (2567). สถิติจำนวนประชากร. สืบค้น 20 เมษายน 2567, จาก https://shorturl.asia/a6jQd

ธนิต สินศุภสว่าง. (2566). การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารบัณฑิตศึกษาวิชาการ, 1(2), 258-273.

พระณธีร์วิชญ์ วรโภคินธนะโชค และคณะ. (2560). การพัฒนาสมรรถนะหลักของบุคลากรเทศบาล ในยุคโลกาภิวัตน์ ตามหลักพุทธธรรม. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 6(3), 42-56.

พระมหาวิเศษ กนฺตธมฺโม. (2564). การพัฒนาสมรรถนะการบริหารงานเทศบาลตามหลักอิทธิบาท 4. วารสาร มจร เลย ปริทัศน์, 2(2), 213-219.

ศศิธร ศรีอินทร์. (2562). การศึกษาระดับสมรรถนะบุคลากรเพื่อรองรับยุทธศาสตร์ที่ 6 ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(1), 82-95.

องค์การบริหารส่วนตำบลนิคมกระเสียว. (2567). รายงานประชุมสภา สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 4 ประจำปี พ.ศ. 2567 20 ธันวาคม 2567. สืบค้น 20 เมษายน 2567, จาก https://www.nikomkraseaw.go.th/news_council

อรรถพล เสือคำรณ. (2565). การพัฒนาสมรรถนะการบริหารงานที่ดีขององค์กรตามหลักอิทธิบาทธรรม. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 5(2), 199-209.

Creswell, J. W. & Creswell, J. D. (2023). Research Design: Qualitative, Quantitative, and Mixed Methods Approaches. Thousand Oaks, CA: SAGE Publications.

Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). Singapore: Times Printers Sdn. Bhn.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-10-24

รูปแบบการอ้างอิง

ธัญญเจริญ เ., ดีไทยสงค์ น., & (นิคม ณฏฺฐวโร) พ. (2025). การประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 เพื่อพัฒนาสมรรถนะบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลนิคมกระเสียว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ, 8(5), 99–109. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/bim/article/view/287193