การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้โดยใช้การท่องเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยาเป็นฐานในการเสริมสร้างทักษะภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศ
คำสำคัญ:
การเรียนรู้แบบใช้บริบทเป็นฐาน, การเรียนรู้เชิงประสบการณ์, การท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรม, ภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ, การสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพการเรียนรู้ภาษาไทยและความต้องการในการพัฒนาทักษะภาษาไทยของชาวต่างประเทศในบริบทการท่องเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 2. พัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้โดยใช้การท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมเป็นฐานเพื่อเสริมสร้างทักษะภาษาไทย และ 3. ประเมินประสิทธิผลของนวัตกรรมการเรียนรู้ดังกล่าวในด้านทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา โดยประยุกต์ใช้การวิจัยแบบผสานวิธี ดำเนินการเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การศึกษาความต้องการจำเป็น การพัฒนานวัตกรรม และการประเมินประสิทธิผลด้วยรูปแบบการทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง
ผลการวิจัยพบว่า 1. ชาวต่างประเทศมีทักษะการฟังและการพูดในระดับสูงกว่าทักษะการอ่านและการเขียน และมีความต้องการพัฒนาทักษะภาษาไทยแบบองค์รวมในระดับมาก 2. นวัตกรรมการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 8 โมดูลการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยยึดหลักการเรียนรู้แบบใช้บริบทเป็นฐานและการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ จัดลำดับกระบวนการตั้งแต่การเตรียมความพร้อมทางภาษาและวัฒนธรรม การฝึกปฏิบัติการใช้ภาษาในพื้นที่จริงของอุทยานประวัติศาสตร์ ผลการประเมินคุณภาพนวัตกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญพบว่า มีความเหมาะสมและความสอดคล้องอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.57) ผลการประเมินประสิทธิผลของนวัตกรรมการเรียนรู้ พบว่า ผู้เรียนชาวต่างประเทศมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยหลังการใช้นวัตกรรมสูงกว่าก่อนการใช้นวัตกรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในทุกทักษะ และ 3. ผลการประเมินเชิงคุณภาพยังแสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนมีความมั่นใจในการสื่อสารเพิ่มขึ้น มีความสามารถในการใช้ภาษาไทยได้อย่างเหมาะสม และมีความตระหนักรู้ด้านวัฒนธรรมไทยมากยิ่งขึ้น งานวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นว่า นวัตกรรมการเรียนรู้ภาษาไทยโดยใช้การท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมเป็นฐาน สามารถบูรณาการการพัฒนาทักษะภาษาเข้ากับการเสริมสร้างความรอบรู้ทางวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีศักยภาพในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับชาวต่างประเทศอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
จตุพร ดวงศรี. (2564). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือประกอบแผนผังความคิด เรื่อง อยุธยาและธนบุรี ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ธนรัตน์ รัตนพงศ์ธระ และคณะ. (2559). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงมรดกวัฒนธรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม, 4(2), 34–45.
พิชานัน เพ็งลี. (2553). แบบเรียนสนทนาภาษาไทยสำหรับเด็กชาวต่างชาติระดับประถมศึกษา (สารนิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาขาวิชาการสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
รัชดา ลาภใหญ่. (2563). การศึกษากระบวนการสื่อสารต่างวัฒนธรรมเพื่อแก้ไขและปรับปรุงการเรียนการสอนนักศึกษาจีนโครงการแลกเปลี่ยน ภาควิชาภาษาไทย (รายงานการวิจัย). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยรังสิต.
สมพงศ์ วิทยศักดิ์พันธุ์. (2548). การสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ. วรรณวิทัศน์, 5, 215–261.
สุขุม คงดิษฐ์ และธนรัตน์ รัตนพงศ์ธระ. (2558). การศึกษาภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของมรดกโลก นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ในสายตานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ (รายงานการวิจัย). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ.
Byram, M. (1997). Teaching and assessing intercultural communicative competence. Clevedon, England: Multilingual Matters.
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.
Kramsch, C. (1993). Context and culture in language teaching. Oxford University Press.
Lave, J. & Wenger, E. (1991). Situated learning: Legitimate peripheral participation. Cambridge: Cambridge University Press.
Richards, J. C. & Rodgers, T. S. (2014). Approaches and methods in language teaching (3rd ed.). Cambridge: Cambridge University Press.
Richards, J. C. (2006). Communicative language teaching today. Cambridge: Cambridge University Press.


