กลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายเชิงปฏิบัติการเพื่อการจัดการทรัพย์สินของวัดในจังหวัดสมุทรสงคราม
คำสำคัญ:
การจัดการทรัพย์สินวัด, เครือข่ายเชิงปฏิบัติการ, ทุนทางสังคม, ธรรมาภิบาล, จังหวัดสมุทรสงครามบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาสภาพการจัดการทรัพย์สินของวัดในจังหวัดสมุทรสงคราม 2. ศึกษากระบวนการจัดการทรัพย์สินของวัด และ 3. นำเสนอกลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายเชิงปฏิบัติการเพื่อการจัดการทรัพย์สินของวัดในพื้นที่ศึกษา งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 25 รูปหรือคน โดยการคัดเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วยกลุ่มผู้ออกนโยบาย กลุ่มผู้ปฏิบัติการ กลุ่มผู้สนับสนุนโครงการ และกลุ่มนักวิชาการ รวมถึงการสนทนากลุ่มเฉพาะกับผู้ทรงคุณวุฒิ 10 รูปหรือคน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างและแบบสนทนากลุ่มเฉพาะ ซึ่งมีค่าดัชนีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 1.00 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท และตรวจสอบความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการตรวจสอบแบบสามเส้า
ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการจัดการทรัพย์สินของวัดในจังหวัดสมุทรสงครามดำรงอยู่บนฐานทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีความสัมพันธ์เชิงเครือญาติและความไว้วางใจระหว่างวัดกับชุมชนเป็นกลไกหลักในการระดมทรัพยากร เจ้าอาวาสทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการตัดสินใจและศูนย์รวมจิตใจของชุมชน อย่างไรก็ตาม ระบบบริหารจัดการยังขาดความเป็นทางการ ขาดฐานข้อมูลทรัพย์สิน ระบบบัญชีมาตรฐาน และบุคลากรที่มีความรู้ด้านกฎหมายและการเงิน 2. กระบวนการจัดการทรัพย์สินของวัดมีลักษณะเป็นวงจรปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมบนฐานวัฒนธรรมชุมชน ประกอบด้วยการวางแผนตามความจำเป็น การปฏิบัติร่วมกันของพระสงฆ์และฆราวาส การตรวจสอบผ่านกลไกทางสังคม และการปรับปรุงจากการเรียนรู้ร่วมกัน 3. กลไกการขับเคลื่อนเครือข่ายเชิงปฏิบัติการปรากฏในรูปแบบ “โมเดลเครือข่าย 4 ม. วิถีแม่กลอง” ซึ่งบูรณาการการจัดการด้านคน งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ และการจัดการ โดยขับเคลื่อนผ่านเครือข่ายบวรบนฐานความไว้วางใจ นำไปสู่ความมั่นคง โปร่งใส และความยั่งยืนของศาสนสมบัติ
เอกสารอ้างอิง
กนก แสนประเสริฐ, และคณะ. (2545). การจัดการดูแลทรัพย์สินและศาสนสมบัติของวัด (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
ณดา จันทร์สม. (2555). การบริหารการเงินของวัดในประเทศไทย (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
พระครูสังฆรักษ์เอกลักษณ์ อชิโต และพระอุดมสิทธินายก (กำพล คุณงฺกโร). (2568). การพัฒนาระบบปฏิบัติการฐานข้อมูลด้านการจัดการทรัพย์สินของวัดในประเทศไทย. วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ, 8(4), 45–56.
พระครูสุธีกิตติบัณฑิต (กฤษฎา กิตฺติโสภโณ) และคณะ. (2568). แนวทางการจัดตั้งสำนักจัดการทรัพย์สินพระพุทธศาสนาในประเทศไทย. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 14(1), 136–154.
พระมหากฤษฎา กิตฺติโสภโณ และคณะ. (2566). การพัฒนาระบบปฏิบัติการเชิงกฎหมายและพระธรรมวินัยเพื่อการปกครองคณะสงฆ์ที่เข้มแข็งในสังคมไทย. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 12(1), R296–R306.
พระมหาวีระชัย ชยวีโร. (2556). การพัฒนาประสิทธิภาพการจัดการศาสนสมบัติวัดของคณะสงฆ์ไทย (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาสหัส ฐิตสาโร. (2551). การบริหารองค์กรคณะสงฆ์ (รายงานการวิจัย). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาสุนันท์ สุนนฺโท. (2557). การพัฒนารูปแบบการจัดการศาสนสมบัติของวัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
อภิญญา ฉัตรช่อฟ้า และคณะ. (2567). รูปแบบการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัดในประเทศไทย. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 13(6), 362–373.


