ระดับนิติสำนึกเกี่ยวกับกฎหมายบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่มรดกโลก นครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
คำสำคัญ:
นิติสำนึก, กฎหมายการบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้าง, พื้นที่มรดกโลกบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาระดับนิติสำนึกของประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่มรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และ2. เสนอแนวทางในการส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่มรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่มรดกโลกจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 400 คน วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือการวิจัยใช้แบบสอบถามสำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณา
ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับนิติสำนึกของประชาชนเกี่ยวกับกฎหมายบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่มรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ด้านการขออนุญาตซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม สิ่งปลูกสร้างในเขตของโบราณสถาน รองลงมาคือด้านการขออนุญาตปลูกสร้างอาคารตามพระราชบัญญัติ โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ระเบียบกรมศิลปากรว่าด้วย หลักเกณฑ์ และวิธีการขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร หรือดำเนินการใด ๆ ในเขตโบราณสถานพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566 ภายในเขตของโบราณสถาน และค่าเฉลี่ยน้อยที่สุดคือด้านการยื่นคำขออนุญาตปลูกสร้างอาคารตามลำดับ 2. แนวทางสำคัญประกอบด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาคประชาชน เพื่อร่วมวางกฎระเบียบและตรวจสอบการก่อสร้าง การเร่งสร้างนิติสำนึกเชิงรุกผ่านการให้ความรู้และสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และการเปลี่ยนบทบาทภาครัฐจากผู้ควบคุมเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบรูปรายการสิ่งปลูกสร้าง โมเดลการสร้างนิติสำนึกมรดกโลกอย่างยั่งยืนที่มุ่งเน้นการสร้างฉันทามติร่วมกัน ผ่านองค์ประกอบการมีส่วนร่วมภาคประชาชน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายบริหารจัดการสิ่งปลูกสร้าง และส่งเสริมการจัดการพื้นที่มรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาให้เติบโตควบคู่กับการอนุรักษ์คุณค่าอันเป็นสากลอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม. (2565). แผนแม่บทนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร.
ระเบียบกรมศิลปากร ว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร หรือดำเนินการใด ๆ ในเขตโบราณสถานพระนครศรีอยุธยา พ.ศ. 2566. (2566, 17 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 140 ตอนพิเศษ 291 ง. หน้า 28–30.
กรมศิลปากร. (ม.ป.ป.). แหล่งมรดกโลกในประเทศไทย. กระทรวงวัฒนธรรม, จาก https://www.finearts.go.th
เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา. (2566). รายงานสถิติจำนวนประชากรและครัวเรือนในเขตพื้นที่มรดกโลกประจำปีงบประมาณ 2566. พระนครศรีอยุธยา: งานทะเบียนราษฎร ฝ่ายปกครอง สำนักปลัดเทศบาล.
พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535. (2535, 5 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 109 ตอนที่ 38 ก. หน้า 12–25.
พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504. (2504, 2 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 78 ตอนที่ 66 ฉบับพิเศษ. หน้า 1–26.
วิมลมาศ ศรีจันทร์. (2562). นิติสำนึกของประชาชนต่อการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในย่านประวัติศาสตร์: กรณีศึกษาพื้นที่ชั้นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วารสารวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 10(2), 45-58.
วิระสิทธิ์ สิทธิไตรย์. (2563). การบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลก: ความขัดแย้งระหว่างการอนุรักษ์กับวิถีชีวิตชุมชน. วารสารวิชาการนวัตกรรมและสังคม, 4(1), 12-28.
สิทธิธรรม อรแก้ว. (2561). ความลักลั่นของการบังคับใช้กฎหมายในการจัดการพื้นที่มรดกโลกนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยา, 37(1), 88-112.
สิริวรรณ ศิลาพัชรนันท์. (2561). แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาเมืองประวัติศาสตร์: จากทฤษฎีสู่การมีส่วนร่วมของชุมชน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334.
Ewick, P., & Silbey, S. S. (1998). The common place of law: Stories from everyday life. Chicago: University of Chicago Press.
UNESCO. (2022). Operational Guidelines for the Implementation of the World Heritage Convention. Paris: World Heritage Centre.
UNESCO. (2021). Operational guidelines for the implementation of the World Heritage Convention. Retrieved November 5, 2525, From https://surl.li/zfnjih
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). Harper & Row.


