บทเรียนจากสังคมไทย: การเมืองแห่งความกรุณากับการออกแบบนโยบายสาธารณะที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
คำสำคัญ:
การออกแบบนโยบายสาธารณะ, นโยบายที่ครอบคลุม, ความชอบธรรมทางสังคม, การไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังบทคัดย่อ
บทความนี้ศึกษาแนวคิดการเมืองแห่งความกรุณาและการออกแบบนโยบายสาธารณะที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ข้อจำกัดของนโยบายสาธารณะแบบดั้งเดิมในสังคมไทยที่มักเน้นความถ้วนหน้าและความเสมอภาคเชิงรูปแบบแต่กลับไม่สามารถตอบสนองต่อความแตกต่างของชีวิตจริงและความเปราะบางของประชาชนได้อย่างแท้จริง บทความใช้การสังเคราะห์แนวคิดทางรัฐศาสตร์ นโยบายสาธารณะ และงานศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย โดยเฉพาะบทเรียนจากวิกฤตโควิด-19 ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนถึงช่องว่างเชิงโครงสร้างด้านการเข้าถึงสวัสดิการ บริการรัฐ และระบบดิจิทัลของกลุ่มเปราะบาง อันเป็นผลจากการออกแบบนโยบายที่ขาดมิติความเข้าใจเชิงมนุษย์และการมีส่วนร่วมของประชาชน สิ่งที่พบจากการศึกษา คือ การเมืองแห่งความกรุณาสามารถทำหน้าที่เป็นกรอบคุณธรรมสาธารณะที่ช่วยขยายขอบเขตการออกแบบนโยบายให้ยึดโยงกับศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความแตกต่าง และความเป็นธรรมเชิงผลลัพธ์มากขึ้น เมื่อผสานหลักสติ ความกรุณา และความรับผิดชอบเข้ากับวงจรนโยบายสาธารณะ ตั้งแต่การกำหนดปัญหา การออกแบบ การดำเนินงาน ไปจนถึงการประเมินผล จะช่วยลดช่องว่างระหว่างเจตนานโยบายกับผลลัพธ์ในทางปฏิบัติ และเสริมสร้างความไว้วางใจรวมถึงความชอบธรรมของรัฐในระยะยาว บทความสรุปว่า การเมืองแห่งความกรุณาไม่ได้เข้ามาแทนที่หลักความยุติธรรม สิทธิมนุษยชน หรือโครงสร้างทางการเมืองเดิม แต่ทำหน้าที่เติมเต็มให้หลักการเหล่านั้นสามารถตอบสนองต่อความเป็นจริงของสังคมไทย และเป็นฐานสำคัญของการพัฒนานโยบายสาธารณะที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
กลุ่มงานสื่อสารสังคม. (2568). Policy Co-Creation Lab – ห้องสร้างนโยบายร่วม. สืบค้น 7 มกราคม 2568, จาก https://www.nationalhealth.or.th/associate/th/162
ฉัฐวัฒน์ ชัชณฐาภัฏฐ์. (2567). ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ความท้าทายและการปรับตัวสู่ความเท่าเทียม. วารสารสังคมศึกษาปริทรรศน์, 1(1), 99-114.
เดชศมงคล สาโล. (2568). ว่าด้วยความเมตตากรุณากับการเมือง (On compassion and Politics). สืบค้น 30 พฤศจิกายน 2568, จาก https://shorturl.asia/d8BfS
ธีรวัฒน์ หวังธิติธีรกุล. (2568). ความเหลื่อมล้ำเรื้อรัง กัดกร่อนระบบสวัสดิการสังคม. สืบค้น 23 ธันวาคม 2568, จาก https://shorturl.asia/tUVxm
เพลิญเพ็ญ โพธารมภ์. (2564). การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019: กรณีศึกษา
การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในจังหวัดสระบุรี (สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภัทรพร สิริกาญจน. (2562). ธรรมาภิบาลในศาสตร์พระราชา: การทำหน้าที่กับความเมตตากรุณา. สืบค้น 30 พฤศจิกายน 2568, จาก https://shorturl.asia/frx6G
ภูริวัจน์ ปุณยวุฒิปรีดา. (2563). ความเหลื่อมล้ำ : แนวคิด สถานการณ์ในประเทศไทย และแนวทางแก้ไข. วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 2(1), 12–23.
สัณหกฤษณ์ บุญช่วย. (2567). การคาดการณ์ผลลัพธ์ที่เกิดจากการนำนโยบายการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยไปสู่การปฏิบัติ. วารสารสังคมศาสตร์วิจัย, 15(2), 145-164.
สุปรียา หวังพัชรพล. (2563). Co-Creation: กระบวนการร่วมสร้างสรรค์สถาปัตยกรรม. สืบค้น 7 มกราคม 2568, จาก https://asajournal.asa.or.th/feature19/
เสาวรัจ รัตนคำฟู. (2563). วิกฤตโควิด-19 รัฐต้องเร่งลดช่องว่างดิจิทัล เพื่อความเท่าเทียมในห้องเรียนออนไลน์. สืบค้น 25 ธันวาคม 2568, จาก https://shorturl.asia/GoOwc
อานันท์ กาญจนพันธ์. (2564). จิตสาธารณะของพลเมืองในพื้นที่ของความเคลื่อนไหวทางสังคม. สืบค้น 30 พฤศจิกายน 2568, จาก https://shorturl.asia/OBG8Q
Amnesty International Thailand. (2020). Inequality and Austerity: Our Weak Links in Countering COVID-19. Retrieved December 23, 2025, from https://www.amnesty.or.th/en/blog/2020/05/inequality-and-austerity-our-weak-links-in-countering-covid-19/
Käpylä, J. & Kennedy, D. (2014). Cruel to care? Investigating the governance of compassion in the humanitarian imaginary. International Theory, 6(02), 255-292.
Niltakan, K. (2025). Exploring the Intersection of Public Policy and Buddhist Philosophy in Thailand’s Social Welfare System. Journal of Exploration in Interdisciplinary Methodologies (JEIM), 2(2), 1-10.


