ประสิทธิภาพการบริหารจัดการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามหลักพลธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา

ผู้แต่ง

  • ณัฏฐกิตติ์ โซ้งอริยะ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • พระครูสุตนันทบัณฑิต (วัชรพงษ์ วชิรปญฺโญ) มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
  • วรปรัชญ์ คำพงษ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

คำสำคัญ:

ประสิทธิภาพ, การบริหารจัดการ, สวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ, พลธรรม

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. ศึกษาระดับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์การบริหารส่วนตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา 2. ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหลักพลธรรมกับประสิทธิภาพการบริหารกับการจัดการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุขององค์การบริหารส่วนตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา และ 3. นำเสนอการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามหลักพลธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โดยการวิจัยเป็นแบบผสานวิธี ประกอบด้วย การวิจัยเชิงปริมาณ มีกลุ่มตัวอย่าง 334 คน โดยใช้แบบสอบ ถาม และการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 10 รูปหรือคน โดยใช้แบบสัมภาษณ์และวิเคราะห์เนื้อหาเชิงพรรณนา

ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุดจำนวน 4 ด้าน และอยู่ในระดับมากจำนวน 1 ด้าน และประสิทธิภาพการบริหารจัดการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามหลักพลธรรม โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่าอยู่ในระดับมากที่สุดจำนวน 1 ด้าน และอยู่ในระดับมากจำนวน 3 ด้าน2. ความสัมพันธ์ระหว่างหลักพลธรรมกับประสิทธิภาพการบริหารจัดการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยภาพรวม มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูงมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 3. การพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามหลักพลธรรม ประกอบด้วย 1. ปัญญาพละ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มีความรู้ ความฉลาด 2. วิริยพละ มีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน 3. อนวัชชพละ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และ 4.  สังคหพละ ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และมีจิตอาสา

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2548). ทิศทางและรูปแบบการจัดสวัสดิการสังคมของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์เทพเพ็ญวานิสย์.

พระลิขิต สุเขฐิโต. (2565). การประยุกต์ใช้หลักพลธรรม 4 ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาของวัดหัวถนน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 7(2), 938-951.

ภานรินทร์ ไชยเอิก. (2561). ความพึงพอใจต่อการบริหารงานขององค์กรบริหารส่วนตำบลจอหออำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา (สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. (2566). รายงานรายละเอียดผู้ได้รับเบี้ยยังชีพ. สืบค้น 1 มกราคม 2566, จาก https://welfare-report.dla.go.th/

ระบบสารสนเทศการจัดการฐานข้อมูลเบี้ยยังชีพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. (2566) รายงานรายละเอียดผู้ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ. สืบค้น 19 ธันวาคม 2566, จาก https://welfare-report.dla.go.th/Login.action

สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง. (2566). สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร. สืบค้น 1 มกราคม 2566, จาก https://stat.bora.dopa.go.th

อวยชัย รางชัยกุล. (2565). หลักพละ 4 : สำหรับการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรในองค์กร. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 5(1), 247-254.

John, D. & Millet, J. D. (1954). Management in the Public Service. New York: McGraw–Hill Book Company.

Yamane, T. (1973). Statistics an introductory analysis. New York: Harper & Row.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-04-24

รูปแบบการอ้างอิง

โซ้งอริยะ ณ., (วัชรพงษ์ วชิรปญฺโญ) พ., & คำพงษ์ ว. (2025). ประสิทธิภาพการบริหารจัดการสวัสดิการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามหลักพลธรรมขององค์การบริหารส่วนตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา. วารสารพุทธนวัตกรรมและการจัดการ, 8(2), 16–29. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/bim/article/view/282088