จริยธรรมการตีพิมพ์

 

มาตรฐานทางจริยธรรมการตีพิมพ์ของวารสาร

วารสารสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

วารสารสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ตระหนักถึงความสำคัญของจริยธรรมในการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ และมุ่งมั่นดำเนินกระบวนการพิจารณาตีพิมพ์ตามหลักจริยธรรมสากล โดยยึดแนวปฏิบัติของ คณะกรรมการจริยธรรมการตีพิมพ์ (Committee on Publication Ethics: COPE)
(https://publicationethics.org/)

วารสารใช้ระบบ การประเมินแบบไม่เปิดเผยตัวตนสองฝ่าย (Double-blind Peer Review) เพื่อป้องกันอคติและความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในกระบวนการพิจารณาบทความ และใช้โปรแกรมตรวจสอบการลอกเลียนแบบ (Copy Catch) สำหรับต้นฉบับทุกฉบับที่ส่งเข้ามา โดยกำหนดให้บทความที่มีค่าดัชนีความคล้ายคลึงมากกว่าร้อยละ 30 ต้องได้รับการแก้ไขและชี้แจงจากผู้นิพนธ์ หากไม่ดำเนินการตามข้อกำหนด วารสารขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธบทความและยุติกระบวนการพิจารณา


จริยธรรมของบรรณาธิการ

บรรณาธิการและคณะบรรณาธิการมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินกระบวนการพิจารณาตีพิมพ์บทความอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเป็นไปตามหลักจริยธรรม โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้

  1. บรรณาธิการวารสารมีอำนาจในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการรับหรือปฏิเสธบทความ โดยพิจารณาจากความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ประเมินบทความ

  2. บรรณาธิการต้องมอบหมายบทความให้ผู้ประเมินที่มีความเชี่ยวชาญตรงกับสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง และไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับผู้นิพนธ์

  3. บรรณาธิการต้องรักษาความลับของข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบทความ และไม่เปิดเผยตัวตนของผู้นิพนธ์และผู้ประเมินบทความ

  4. บรรณาธิการต้องไม่ใช้ข้อมูลหรือเนื้อหาจากต้นฉบับที่ยังไม่ได้ตีพิมพ์เพื่อประโยชน์ส่วนตน

  5. ความคิดเห็นและข้อมูลจากผู้ประเมินบทความต้องถูกเก็บเป็นความลับและใช้เพื่อการพิจารณาทางวิชาการเท่านั้น


จริยธรรมของผู้นิพนธ์

ผู้นิพนธ์ต้องปฏิบัติตามหลักจริยธรรมทางวิชาการอย่างเคร่งครัด โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้

  1. บทความที่ส่งต้องเป็นผลงานต้นฉบับ ไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาในวารสารหรือแหล่งเผยแพร่อื่น

  2. หากบทความมีเนื้อหาที่เคยนำเสนอหรือเผยแพร่บางส่วนมาก่อน ผู้นิพนธ์ต้องระบุแหล่งที่มาอย่างชัดเจนในต้นฉบับ

  3. ผู้นิพนธ์สามารถส่งบทความไปยังวารสารอื่นได้ต่อเมื่อบทความดังกล่าวถูกปฏิเสธจากวารสารสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาแล้วเท่านั้น

  4. ผู้นิพนธ์ต้องตอบสนองต่อข้อเสนอแนะของผู้ประเมินบทความอย่างเหมาะสม หากไม่เห็นด้วย ต้องชี้แจงเหตุผลอย่างเป็นระบบและมีหลักฐานสนับสนุน

  5. การระบุรายชื่อผู้นิพนธ์ต้องจำกัดเฉพาะผู้ที่มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในงานวิจัยหรือการจัดทำบทความ

  6. การเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้นิพนธ์ เช่น การเพิ่ม ลด หรือเปลี่ยนลำดับรายชื่อ ต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้นิพนธ์ทุกคน


จริยธรรมของผู้ประเมินบทความ

ผู้ประเมินบทความมีบทบาทสำคัญในการยกระดับคุณภาพของบทความและความน่าเชื่อถือของวารสาร โดยมีแนวปฏิบัติดังนี้

  1. ผู้ประเมินบทความควรปฏิเสธการประเมิน หากบทความอยู่นอกเหนือความเชี่ยวชาญของตน

  2. ผู้ประเมินบทความต้องประเมินบทความอย่างเป็นธรรม ปราศจากอคติและความขัดแย้งทางผลประโยชน์

  3. ข้อมูล เนื้อหา หรือผลการวิจัยจากต้นฉบับต้องถูกเก็บเป็นความลับ และไม่ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตน

  4. ผู้ประเมินบทความควรแจ้งบรรณาธิการวารสาร หากพบหรือสงสัยว่าบทความมีการลอกเลียน ทำซ้ำ หรือซ้ำซ้อนกับผลงานที่เคยตีพิมพ์แล้ว