การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผสมผสานความเป็นจริงเสริม เพื่อส่งเสริมมโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

Main Article Content

กุลธิดา ดุกขุนทด
ชำนาญ ปาณาวงษ์

บทคัดย่อ

วิทยาศาสตร์มีบทบาทสำคัญต่อชีวิตและการเรียนรู้ แต่นักเรียนกลับมีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ย้อนหลัง 3 ปีการศึกษา (ปีการศึกษา 2563-2565) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยเฉพาะในสาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ มาตรฐาน ว 1.3 ต่ำกว่าร้อยละ 50 ดังนั้น จึงควรเร่งพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในสาระและมาตรฐานดังกล่าว โดยเฉพาะ เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมซึ่งมีความซับซ้อน เข้าใจยาก และปรากฏการณ์ทางพันธุศาสตร์เป็นสิ่งที่เป็นนามธรรมซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ยากต่อการจินตนาการให้เข้าใจถึงกระบวนการทางอย่างถ่องแท้ จึงอาจทำให้นักเรียนเกิดความไม่เข้าใจหรือเกิดมโนทัศน์ที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไข แนวทางหนึ่งที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นและทำให้นักเรียนมีมโนทัศน์ที่ถูกต้องใน เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต คือ การใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR) ร่วมกับกิจกรรมปฏิบัติสามารถช่วยส่งเสริมความเข้าใจและพัฒนามโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้ ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ 80/80 2) เพื่อศึกษาผลการใช้กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผสมผสานความเป็นจริงเสริม เพื่อส่งเสริมมโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2.1) เพื่อเปรียบเทียบมโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ระหว่างก่อนและหลังการใช้กิจกรรมการเรียนรู้ 2.2) เพื่อเปรียบเทียบมโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์หลังการใช้กิจกรรมการเรียนรู้กับเกณฑ์ร้อยละ 80 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ โดยมีขั้นตอนการดำเนินการวิจัย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การสร้างและหาประสิทธิภาพของกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นตอนที่ 2 การศึกษาผลการใช้กิจกรรมการเรียนรู้ และขั้นตอนที่ 3 การศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ ผลการวิจัย พบว่า
1. ผลการสร้างและพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ประกอบด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ 7 แผน สื่อ AR 8 ชิ้น ใบความรู้ 9 ใบ ใบงาน 9 ใบ ผลการทดสอบประสิทธิภาพ 81.11/80.74
2. ผลการทดลองใช้กิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผสมผสานความเป็นจริงเสริม เพื่อส่งเสริมมโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า
2.1 คะแนนมโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2.2 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนอยู่ที่ 24.14 คิดเป็นร้อยละ 80.58 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
3. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ จากนักเรียนกลุ่มเป้าหมายจำนวน 23 คน พบว่า ระดับความพึงพอใจในภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ดุกขุนทด ก., & ปาณาวงษ์ ช. . (2026). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผสมผสานความเป็นจริงเสริม เพื่อส่งเสริมมโนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 . Journal of Education and Innovation, 28(1), 282909 . https://doi.org/10.71185/jeiejournals.v28i1.282909
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Bahar, M., Johnstone, A. H., & Hansell, M. H. (1999). Revisiting learning difficulties in biology. Journal of Biological Education, 33(2), 84–86. DOI: 10.1080/00219266.1999.9655648

Daft, R. L., & Lengel, R. H. (1986). Organizational information requirements, media richness and structural design. Management Science, 32(5), 554–571.

Ditcharoen, R. (2020). Development of an innovative biology learning material integrating augmented reality on DNA technology to promote scientific concepts for upper elementary students (Master’s thesis, Chulalongkorn University). [in Thai]

Futemwong, S. (2022). The development of active learning model with augmented reality to enhance computer and information skills for occupations of vocational certificate students under the Office of the Vocational Education Commission (Doctoral dissertation, Naresuan University). [in Thai]

Goldschmidt, M., & Bogner, F. X. (2016). Learning about genetic engineering in an outreach laboratory: Influence of motivation and gender on students’ cognitive achievement. International Journal of Science Education, 38(17), 2732–2753. DOI: 10.1080/09500693.2016.1254649

Jindanurak, T. (2016). Innovation and media in teaching science in the 21st century. Veridian E-Journal, Silpakorn University, 9(1), 560–581. [in Thai]

Keller, J. M. (1987). Development and use of the ARCS model of instructional design. Journal of Instructional Development, 10(3), 2–10.

Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice-Hall.

Meekham, N. (2020). What is the difference between T-test dependent and T-test independent? Retrieved May 18, 2025, from https://shorturl.asia/GOXjR [in Thai]

Orhan, A. T., & Sahin, N. (2018). What do students think about genetics? Journal of Education and Training Studies, 6(1), 1–9. DOI: 10.11114/jets.v6i1.2802

Piaget, J. (1970). Science of education and the psychology of the child. Orion Press.

Srisa-ard, B. (2017). Basic research (10th ed.). Suwiriyasan. [in Thai]

Thippeng, S., et al. (2022). Research and Development of Tourism Route by Augmented Reality for Community Economic Enhancement in Node Na Le Farmer Village, Songkhla Lake Basin (Research report). Program Management Unit for Area Based Development (PMU A). [in Thai]

Thongngam, P. (2012). Determining the effectiveness of innovation. Retrieved May 18, 2025, from https://kroopisit.wordpress.com/tag/8080/ [in Thai]

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.

Yang, K. Y., et al. (2018). Students’ misconceptions about genetics concepts and their reasoning patterns. International Journal of Science Education, 40(3), 1–17. DOI: 10.1080/09500693.2017.1418896