การพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน THE DEVELOPMENT OF INTEGRATED SUPERVISION MODEL TO ENHANCE ACTIVE LEARNING COMPETENCY OF TEACHER OF BASIC EDUCATION
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก มีขั้นตอนการวิจัย 4 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานรูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ โดยการสังเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 3 คน โดยใช้แบบบันทึก และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ และคู่มือการใช้รูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 9 คน และทดลองนำร่องกับครูผู้สอนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 10 คน โดยใช้แบบประเมินรูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ แบบประเมินคู่มือการใช้รูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์หาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 3 ผลการใช้รูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ แหล่งข้อมูล คือ ครูผู้สอน ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 35 ที่สมัครเข้าร่วมดำเนินงาน จำนวน 30 คน โดยศึกษาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก มีลักษณะเป็นแบบเลือกตอบ ส่วนแบบประเมินความสามารถการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และแบบประเมินเจตคติที่มีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า วิเคราะห์ข้อมูลโดยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 4 ศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ โดยใช้แบบสอบถามความพึงพอใจ แหล่งข้อมูล คือ ครูผู้สอนจำนวน 30 คน โดยใช้แบบประเมินที่เป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า วิเคราะห์ข้อมูลโดยค่าเฉลี่ยและ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า
1. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการนิเทศแบบบูรณาการ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก พบว่า เป็นการนิเทศที่นำการนิเทศแบบคลินิก (Clinic Supervision) การนิเทศแบบชี้แนะทางปัญญา (Cognitive Coaching) และการนิเทศแบบพี่เลี้ยง (Mentoring) มาบูรณาการร่วมกัน มีหลักการที่ผู้นิเทศจะให้คำชี้แนะแก่ผู้รับการนิเทศที่สามารถพัฒนาได้ด้วยตนเอง และให้คำปรึกษา คำแนะนำแก่ผู้รับการนิเทศที่มีประสบการณ์น้อย หรือเริ่มงานให้ได้รับการพัฒนา และส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ
2. รูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ของครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่สร้างขึ้น มี 5 องค์ประกอบ ได้แก่ หลักการ วัตถุประสงค์ เนื้อหา กิจกรรมการนิเทศ และการวัดและประเมินผล โดยมีกิจกรรมการนิเทศ 3 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นที่ 1 การวางแผนกำหนดทิศทาง ขั้นที่ 2 การปฏิบัติการนิเทศ ขั้นที่ 3 การเรียนรู้เพื่อพัฒนา ซึ่งผลการประเมินรูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และคู่มือการใช้รูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการมี พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากทั้งสองรายการ ส่วนผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ พบว่าครูผู้สอนตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นของการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก มีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
3. ผลการศึกษาการใช้รูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ของครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า ครูมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกหลังการส่งเสริมสูงกว่าก่อนการส่งเสริมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีความสามารถในการเขียนแผนการเรียนรู้เชิงรุกในระดับมากที่สุด รวมถึงทักษะการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอยู่ในระดับมากที่สุดและมีเจตคติที่ดีต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
4. ผลการศึกษาความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการ เพื่อส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก พบว่า ครูมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการนิเทศแบบบูรณาการอยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details
เจ้าของบทความมิได้คัดลอก หรือละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ใด หากเกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าวิธีใด หรือการฟ้องร้องไม่ว่ากรณีใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ กองบรรณาธิการวารสารศึกษาศาสตร์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ให้เป็นสิทธิ์ของเจ้าของบทความที่จะดำเนินการ
เอกสารอ้างอิง
Chairueang, N. (2014). The Development of Internal Supervision Model for Excellent Instruction of Schools in Nakhon SI Thammarat. SWU Educational Administration Journal, 11(20), 51-76. [in Thai]
Chindanurak, T. (2017). Teachers and students in Thailand education 4.0. electronic. Electronic Journal of Open and Distance Innovative Learning, 7(2), 14-29. [in Thai]
Chonburapun, P. (2017). A model of instructional supervision for enhancing ability in developing thinking skills of the students in basic education level. Bangkok: Dhurakij Pundit University. [in Thai]
Glickman, C. D., Gordon, S. P., & Ross-Gordon, J. M. (1995). Supervision and instructional leadership: A development approach. Massachusetts: Allyn and Bacon.
Glatthorn, A. A. (1990). Supervisory leadership: Introduction to instructional supervision. New York: Harper Collins.
Jiradechakul, K. (2007). The intern supervision in school handbook. Bangkok: Tharnuksorn. [in Thai]
Khamdit, S. (2016). Thailand Education 4.0. Bangkok: Chulalongkorn University Press. [in Thai]
Kobkum, A. (2017). A purposed advisory model for activity conduction and evaluation of analytical thinking in reading and writing of teachers in expanding educational opportunity schools in the upper northern area. Ganesha Journal, 13(2), 163-178. [in Thai]
Kongkhao, R., Sitthisomboon, M., & Lincharoen, E. (2016). The development of supervision model to enhance the research competency for learning development of teachers in basic education. Journal of Education Naresuan University, 18(1), 74 – 82. [in Thai]
Nillapun, M., Chaiyos, P., Ekanarin, B., & Ubonwan, S. (2010). An evaluation project for leveling the teacher quality system: The new supervision development activity. Nakhon Pathom: Faculty of Education, Silpakorn University. [in Thai]
Office of the Basic Education Commission. (2013). Full supervision. Bangkok: The Agricultural Co-operative Federation of Thailand. [in Thai]
Office of the Education Council. (2013). Annual report 2013. Bangkok: 21 Century. [in Thai]
Panich, V. (2012). Way of learning for students in the 21st century (3rd ed.). Bangkok: Sodsri – Saritwong Foundation. [in Thai]
Pornsima, D. (2016). Thai teachers 4.0. Retrieved March 5, 2019, from https://www.matichon.co.th [in Thai]
Satjapiboon, S. (2017). The development of a teacher professional experience supervision model to enhance instructional competency for pre-service teacher. Journal of Education Research Faculty of Education, Srinakharinwirot University, 11(2), 177-192. [in Thai]
Silarat, P. (2015). Teacher and professional teacher development. Bangkok: Durakijpundit University. [in Thai]
Songkram, N. (2012). Development of blended learning model with active learning for constructional and creative solving problem for educational students. Bangkok: Chulalongkorn University Press. [in Thai]
Timnak, S. (2011). The development of an instructional supervision model based on Glickman’s principles to improve reading instructional competency of Thai language teachers. Verdian E-Journal, 4(1), 491-512. [in Thai]
Yankomut, N., Pranee, C., & Panawong S. (2015). Internal supervision model development based on lesson study approach for private schools. Journal of Graduate Studies in Northern Rajabhat University, 5(9), 25-40. [in Thai]
Yuenyong, Y., & Laowreandee, W. (2011). The development of a differentiated supervision model to enhance classroom action research competency of teachers in Bangkok archdiocese, educational region 5. Silpakorn Educational Research Journal, 3(1,2), 196-209. [in Thai]