การวิเคราะห์องค์ประกอบการส่งเสริมการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมบนพื้นฐานประชารัฐ
Main Article Content
บทคัดย่อ
รูปแบบการส่งเสริมการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมบนพื้นฐานประชารัฐเป็นตัวบ่งชี้ว่าองค์กรรัฐได้ปฏิรูปการปฏิบัติงานของพนักงานอย่างจริงจังตามนโยบายจากส่วนกลางหรือไม่ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันโมเดลการส่งเสริมการเติบโตอย่างมีส่วนร่วมบนพื้นฐานประชารัฐภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ว่าข้อมูลเชิงประจักษ์มีความสอดคล้องกับทฤษฎีหรือไม่อย่างไร กลุ่มตัวอย่างจำนวน 398 คน เป็นประชาชนอาศัยอยู่ในเขตรับผิดชอบของเทศบาลนครแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี
ผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจและองค์ประกอบเชิงยืนยันเพื่อหาความสอดคล้องของโมเดล ปรากฏว่า โมเดลมีค่าดัชนีความสอดคล้องกลมกลืนตามที่กำหนดตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้ /df = 1.40, p=0.06, CFI=0.99, GFI=0.98, RMSEA=0.03 ปรากฏตัวแปรแฝง 2 ตัวแปร จากตัวแปรสังเกตได้ 17 ตัวแปร ได้แก่ ความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน และความมั่นคงปลอดภัย มีประเด็นไม่มีการให้สินบน/เงินใต้โต๊ะจากภาคธุรกิจ (t=13.32) และประเด็นไม่มีการก่อการร้ายเกิดขึ้นในพื้นที่ (t=13.33) มีค่าความสัมพันธ์สูงสุดต่อตัวแปรแฝงตามลำดับด้วยระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01 อีกทั้งแนวทางการพัฒนาตามทิศทางการปฏิรูปการทำงานขององค์กรท้องถิ่นได้ถูกวิเคราะห์บนข้อค้นพบดังกล่าว
Article Details
เนื้อหาและข้อมูลที่ตีพิมพ์ลงในวารสารมนุษย์กับสังคม ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบโดยตรงของผู้เขียนซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารมนุษย์กับสังคม ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารมนุษย์กับสังคมก่อน
เอกสารอ้างอิง
ฐิติมา อุดมศรี. (2012). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น: กรณีศึกษา
องค์การบริหารส่วนตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ. Veridian E-Journal, Su, 5(3), 220-238.
นันทิดา จันทร์ศิริ. (2558). ธรรมาภิบาลระดับท้องถิ่น: มุมมองด้านการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการท้องถิ่น. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 7(2), 95-117.
มานิต วัฒนเสน. (2559). การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการบริหารกิจการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารการบริหารท้องถิ่น, 9(2), 90-107.
มุรธาธีร์ รักชาติเจริญ. (2558). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารจัดการน้ำทางการเกษตรอย่างยั่งยืนของชุมชนในลุ่มน้ำลำเชียงไกร. วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 10(1), 76-87.
Azmat, F. & Coghill. K. (2005). Good Governance and Market-Based Reforms: A Study of Bangladesh. International Review of Administration Sciences, 71(4).
Bevir, M. (2010). Democratic Governance. Princeton and Oxford: Printon University. Costello, A. B. & Osborne, J. W. (2005). Best practices in exploratory factor analysis: Four recommendations for getting the most from your analysis. Practical Assessment, Research, & Evaluation, 10, 1-9.
Ispacethailand. (2017). [Online] from https://goo.gl/t3gw3d Hair, J.F., Black, W.C., Babin, B.J., & Anderson, R.E. (2010). Multivariate Data Analysis: A Global Perspective (7th ed.). New Jersey: Prentice Hall.
Jachtenfuchs, M. (2001). The Governance Approach European Integration. Journal of
Comman Market Studies, 39(2), 245-264.
Kananurak, N. (2011). Leadership Role for Producing Professional Employees. University of the Thai Chamber of Commerce Journal, 31(1), 123-133.
Nanda, V.P. (2006). The Good Governance Concept Revisited. The ANNALS of the American Academy of Political and Social Science, 603(1).
Oldekop et al. (2015). 100 key research questions for the post‐2015 development agenda. [Online]. from onlinelibrary.wiley.com/doi/10.1111/dpr.12147/full
Schumaker, R.E., & Lomax, R.G. (2004). A Beginner’s Guide to Structural Equation Modeling (2nd ed.). New Jersey: Lawrence Erlbaum Associates.
Srimahawaro, W. (2018). The reduction of sustainable inequality and unfair transitional period of Thailand. Narkbhutparitat Journal Nakhon Si Thammarat Rajabhat University, 10(2), 40-48.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.). New York: Harper and Row.