ผลกระทบของภาวะผู้นำต่อสมรรถนะหลักในการทำงาน: กรณีศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา

Main Article Content

ชานน ชลวัฒนะ
ทิพย์รัตน์ เลาหวิเชียร

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำแต่ละรูปแบบของผู้บริหารมหาวิทยาลัยบูรพา โดยจำแนกตามปัจจัยด้านประชากรศาสตร์  วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของภาวะผู้นำกับสมรรถนะหลักในการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา  รวมถึงเปรียบเทียบความแตกต่างของระดับสมรรถนะหลักของภาวะผู้นำแต่ละแบบ  โดยภาวะผู้นำในการศึกษาครั้งนี้แบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนและภาวะผู้นำแบบปล่อยตามสบาย  ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลจากบุคลากรของมหาวิทยาลัยบูรพา จำนวน 336 ราย ด้วยวิธีการเลือกตัวอย่างตามสัดส่วนของแต่ละหน่วยงาน  ทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยระดับภาวะผู้นำด้วยสถิติการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบจำแนกทางเดียวและสถิติ t-test กรณีตัวอย่างสองกลุ่มเป็นอิสระกัน ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำกับระดับสมรรถนะหลักของผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน ผลการวิจัยปรากฏว่า  ภาวะผู้นำทั้งสามรูปแบบมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสมรรถนะหลักในการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา  และยังพบว่าผู้บริหารที่ระยะเวลาทำงานมากกว่า 10 ปีแต่ไม่เกิน 20 ปีมีภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนสูงกว่าผู้บริหารที่ระยะเวลาทำงานไม่เกิน 10 ปี นอกจากนี้ระดับสมรรถนะหลักในการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาเมื่ออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนจะสูงกว่าภาวะผู้นำอีกสองแบบ  ผลการวิจัยนี้สามารถเป็นแนวทางให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยบูรพาพัฒนาและปรับใช้ภาวะผู้นำให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมภายในองค์การต่อไป

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กัลยา วานิชย์บัญชา. (2552). การวิเคราะห์ข้อมูลหลายตัวแปร (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

โชติกา พิริยนนทกุล. (2555). การนำระบบสมรรถนะมาใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานของบริษัทระยองเพียวริฟายเออร์ จำกัด (มหาชน). การค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, คณะบริหารธุรกิจ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

จันทนา แสนสุข. (2557). ปัจจัยที่เป็นเหตุและผลของความสามารถภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของสถาบันอุดมศึกษาในไทย. วารสาร
สมาคมนักวิจัย, 19 (1), 35.

นพพร พุกกะพันธุ์. (2544). ภาวะผู้นำและการจูงใจ. กรุงเทพฯ: จามจุรีโปรดักท์.

พันทิวา สุพัฒนาภรณ์. (2556). ภาวะผู้นำที่ส่งผลต่อวัฒนธรรมองค์กร กรณี บริษัท ไทย อกริ ฟู้ดส์ จำกัด(มหาชน). ภาคนิพนธ์ศิลป
ศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการสื่อสารประยุกต์, คณะภาษาและการสื่อสาร, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.

มหาวิทยาลัยบูรพา. (2559). ระบบบุคลากรอิเล็กทรอนิกส์. วันที่ค้นข้อมูล 6 พฤษภาคม 2559, จากhttps://person.buu.ac.th/codes/index.php,

รภัสศา พิมพา. (2557). ภาวะผู้นำของนิสิตครูหลักสูตรการศึกษาบัณฑิต (กศ.บ. 5 ปี) มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ปริญญา
นิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, บัณฑิตวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2553). การปรับใช้สมรรถนะในการบริหารทรัพยากรมนุษย์. วันที่ค้นข้อมูล 11 มีนาคม
2559, จาก https://osc.go.th/veform/PDF/competency.pdf.

Bass, B. M., & Avolio, B. J. (1994). Improving Organizational Effectiveness Through Transformational Leadership.
California: SAGE.

Boyatzis, R. E. (1982). The competent manager: a model for effective performance. London: Wiley.

Carnegie, D. (2009). Leadership Mastery: How to Challenge Yourself and Others to Greatness. New York: Dale Carnegie & Associates, Inc.

Dubois, D. D., & Rothwell, J. W. (2004). Competency – Based Human Resource Management. California: Davies –
Black Publishing.

Dubrin, A. (2013). Leadership: Research Findings, Practice, and Skills (5th ed.). Boston: Houghton Mifflin.

Farmer, A. W. (2010). The Perception of teachers and Principals on Leaders’ Behavior Informed by 13 Core Competencies and Its Relationship to Teacher Motivation. Doctor of Education Dissertation in Major, Leadership
and Policy Studies, The University of Memphis.

George, J. M., & Jones, G. (2005). Understanding and Managing Organizational Behavior (4th ed.). New Jersey: Prentice-Hall.

Hamel, G., & Prahalad, C. K. (1994). Competing for the Future. Massachusetts: Harvard Business School Press.

Hellriegel, D., Jackson, S. E., & Slocum, J. W., Jr. (2005). Management: A Competency-Based Approach. Ohio: South-Western.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and psychological measurement, 30, 607-610.

Lewin, K. (1997). Resolving Social Conflicts Field Theory in Social Science. New York: Happer.

Mandell, B., & Pherwani, S. (2003). Relationship between Emotional Intelligence and Transformational Leadership Style: A Gender Comparison. Journal of Business and Psychology, 17(3), 387-404.

Maxwell, J. C. (1998). The 21 Irrefutable Laws of Leadership: Follow Them and People will Follow You. Tennessee: Thomas Nelson, Inc.

McClelland, D. C. (1973). Testing for Competence rather than Intelligence. American Psychologist, 28(1), 1-14.

Northouse, P. G. (2013). Leadership: Theory and Practice (6th ed.). California: SAGE.

Robbins, S. P., & Coulter, M. (2002). Management (7th ed.). New Jersey: Prentice-Hall.

Rowe, W. G., & Guerrero, L. (2013). Case in Leadership (3rd ed.). California: SAGE.

Spencer, L. M., & Spencer, S. M. (1993). Competence at work. New York: Wiley.

Stogdill, R. M. (1974). Handbook of leadership. New York: Free Press.

Storey, J. (2011). Leadership in Organizations: Current Issues and Key Trends (2nd ed.). New York: Routledge.