การพัฒนาทักษะการฟังการพูดภาษาจีนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนห้องเรียนกลับด้าน ผ่าน Zoom Meeting
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการฟังและการพูดภาษาจีนแบบห้องเรียนกลับด้านผ่านโปรแกรมประชุมออนไลน์ Zoom meeting ด้วยสื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ (E1/E2) 2) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบห้องเรียนกลับด้าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ 1) สื่อการสอนอิเล็กทรอนิกส์บทเรียนเรื่องการสมัครงานผ่านโปรแกรมประชุมออนไลน์ Zoom Meeting 2) แบบประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการสอนในรูปแบบห้องเรียนกลับด้าน โดยกลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่กำลังศึกษาในสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาของเอกชนในเขตภาคกลาง จำนวน 40 คน ผลการวิจัยพบว่า สื่อการสอนออนไลน์ช่วยส่งเสริมการฝึกปฏิบัติทักษะการฟังและการพูดภาษาจีน โดยค่าประสิทธิภาพของสื่อการสอนมีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ที่ 84/93 และหลังจากผ่านการเรียนแบบห้องเรียนกลับด้านพบว่า มีผู้เรียนที่ผ่านเกณฑ์การประเมินมากกว่าร้อยละ 80 อยู่ในระดับดีมาก และผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 4.81 ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.39
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กรวรรณ สืบสม และนพรัตน์ หมีพลัด. (2560). การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้าน (Flipped classroom) ด้วยการบูรณาการการเรียนการสอนรายวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดียผ่าน Google Classroom. วารสารวิชาการสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย, 6(2), 118-126.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 5(1), 7-19.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). สุวีริยาสาส์น.
เบญจพร สุคนธร และสมพงษ์ จิตระดับ. (2563). แนวทางการใช้ห้องเรียนกลับด้านในการเรียนการสอนวิชาเคมี สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ. วารสารวิจัย มข.(ฉบับบัณฑิตศึกษา) สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 8(1), 13-23.
ปัญญา เลิศไกร และลัญจกร นิลกาญจน์. (2559). การเก็บข้อมูลวิจัยชุมชนภาคสนาม. วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 8(2), 1-10.
ปรีชา สามัคคี และปัญญา เลิศไกร. (2557). การสังเกตเพื่อการวิจัยและพัฒนา. วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 6(1), 58-66.
วัชรพงษ์ หวันสมาน และชลลดา เลาหวิริยานนท์. (2559). การเสริมสร้างการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนภาษาอังกฤษเฉพาะทางในห้องเรียนออนไลน์โดยใช้กระบวนการเสริมต่อศักยภาพการเรียนรู้. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่, 8(1), 48-78.
รัตนาภรณ์ ทรงนภาวุฒิกุล. (2560). การวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ด้วยการใช้คะแนนรูบริค: Scoring rubrics. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, 12(1), 1-14.
อิสรา โต๊ะยีโกบ, ปรีชา สามัคคี และกฤตพร แซ่แง่ สายจันทร์. (2560). รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบห้องเรียนกลับด้านสำหรับการปฏิบัติการวิธีการทางภูมิศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา. วารสารนาคบุตรปริทรรศน์, 9(1), 109-116.
Bergmann, J., & Sams, A. (2012). Flip your classroom reach every student in every class every day. International Society for Technology in Education.
Caixia, W., & Guangran L, (2013). 翻转课堂优化中职课堂教学探析 [Analysis of flipped classroom to optimize secondary vocational classroom teaching]. 职教论坛 [Vocational & Technical Education Forum], 19(6), 41-44.
Yang, J., Yin, C. X., & Wang, W. (2018). Flipping the classroom in teaching Chinese as a foreign language. Language Learning & Technology, 22(1), 16-26.
Zeng, Z. (2012). 反转教学的特征、实践及问题 [Features of flipped teaching]. China Educational Technology, 32(7), 114-117.