มิติข้ามพรมแดน: ความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ ความรอบรู้ด้านสุขภาพที่นำไปสู่พฤติกรรมป้องกันสุขภาพจากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในประเทศไทยและลาว
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการรับรู้ด้านสุขภาพ (Health Belief Model-HBM) ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมด้านสุขภาพในการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 และความสัมพันธ์ของปัจจัยทั้งสามของประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย และแขวงหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือเก็บข้อมูลโดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมดจำนวน 400 คน โดยแบ่งออกเป็นพื้นที่เป้าหมายในประเทศไทยและ สปป.ลาว พื้นที่ละ 200 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ การทดสอบที (t-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA) และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน (Pearson Correlation) ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งสองพื้นที่มีค่าเฉลี่ยการรับรู้ด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับมาก แต่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมด้านสุขภาพฯ โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ด้านสุขภาพและความรอบรู้สุขภาพ มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมด้านสุขภาพแตกต่างกันตามพื้นที่ โดยประเทศไทยตัวแปรความรับรู้ด้านสุขภาพสัมพันธ์กับตัวแปรความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับต่ำ และความรอบรู้ด้านสุขภาพสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมด้านสุขภาพฯ ระดับปานกลาง ขณะที่ สปป. ลาว ตัวแปรการรับรู้ด้านสุขภาพมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความรอบรู้ต่ำ และทั้งสองปัจจัยมีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมด้านสุขภาพฯ เชิงบวกระดับปานกลาง
Downloads
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกบทความเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
นลินี หนูห่วง. (2566). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ, 8(4), 264-274. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/hej/article/view/268805
เพชรผกา มูณี, บัว ฤดูบัว, สุริยพงศ์ กุลกีรติยุต, ศรัณยู คํากลาง, ปุณณ์ภวิศา ป้องพิมาย,จิตติมา จันทร์อุไร,สิทธิชัย สิงห์สุ และวริยา เคนทวาย. (2567). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5 ของประชาชนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านกลาง ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี. วารสารศาสตร์สาธารณสุขและนวัตกรรม, 4(3), 16-24. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/J-PHIN/article/view/274124
มัตติกา ยงอยู่. (2564). ความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ในเขตสุขภาพที่ 5. วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 44(2), 83-96. https://thaidj.org/index.php/tjha/article/view/11241
สุดทน! แม่สายขึ้นป้ายทั่วเมืองฝุ่นพิษอ่วมหนักเกิน 10 เท่า. (2566, มีนาคม 25). https://www.thaipbs.or.th/news/content/325961
สมฤกษ์ กาบกลาง, อภิญญา บ้านกลาง และนันธินีย์ วังนันท์. (2564). การรับรู้ผลกระทบต่อสุขภาพและพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอนของประชาชน ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย, 11(2), 115-123. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/CAS/issue/view/17738/4928
สรวิชญ์ สิทธิยศ, ปฎิพัทธ์ วงค์เรือง และประจวบ แหลมหลัก. (2566). ความรอบรู้ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการป้องกัน PM2.5 ของเยาวชนพื้นที่สูงในช่วงเผาในที่โล่งในจังหวัดพะเยา ประเทศไทย. วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 9(1), 9-20. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ajcph/article/view/258411/178411
อภิชา น้อมศิริ, วิศี วายุรกุล และอลิสสา รัตนตะวัน. (2567) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรด้านความเชื่อของบุคคลกับพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากการได้รับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ของผู้สูงอายุในเขตพื้นที่เสี่ยง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 9(6), 307-317. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/3580
Becker, M. H. (1974). The health belief model and sick role behavior. Health Education Monographs, 2(4), 409-419. https://doi.org/10.1177/109019817400200407
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Prentice-Hall.
Chen, Y., & Liu, X. (2021). Determinants of Beijing residents’ intentions to take protective behaviors against smog: an application of the health belief model. Health Communication, 38(3), 447-459. https://doi.org/10.1080/10410236.2021.1956036
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297-334. https://doi.org/10.1007/BF02310555
Janz N. K, Becker M. H. (1984). The health belief model: a decade later. Health Education Quarterly, 11(1), 1-47. https://doi.org/10.1177/109019818401100101
Laos Cities by Population 2025. (2025). World Population Review. https://worldpopulationreview.com/cities/laos
‘Laos is disappearing’: border residents on front line of Thailand’s haze crisis. (2023). https://www.nationthailand.com/thailand/general/40025510
Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072-2078. https://doi.org/10.1016/j.socscimed.2008.09.050
Oltra, C., & Sala, R. (2016). Perception of risk from air pollution and reported behaviors: a cross-sectional survey study in four cities. Journal of Risk Research, 21(7), 869-884. https://doi.org/10.1080/13669877.2016.1264446
World Health Organization. (2021). WHO global air quality guidelines: particulate matter (PM2.5 and PM10), ozone, nitrogen dioxide, sulfur dioxide and carbon monoxide. https://www.who.int/publications/i/item/9789240034228
Yamane, T. (1973). Statistics: an introductory analysis (3rd ed.). Harper and Row.