การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับความเป็นจริงเสริมเพื่อเสริมสร้างทักษะคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

Main Article Content

สุธีร์ ฟูเต็มวงค์
สุภาณี เส็งศรี

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ (1) พัฒนารูปแบบการเรียนเชิงรุกร่วมกับความเป็นจริงเสริม (2) ทดลองใช้รูปแบบการเรียนเชิงรุกร่วมกับความเป็นจริงเสริม (3) รับรองรูปแบบการเรียนเชิงรุกร่วมกับความเป็นจริงเสริม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 139 คน ด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็น แบบประเมินทักษะคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ แบบทดสอบทักษะคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ และแบบประเมินความคิดเห็น ผลการวิจัยพบว่า (1) รูปแบบการเรียนเชิงรุกร่วมกับความเป็นจริงเสริม มี 6 องค์ประกอบได้แก่ 1.1 นักเรียน 1.2 ครู 1.3 เนื้อหาสาระ
1.4 สื่อการเรียนรู้ความเป็นจริงเสริม 1.5 กระบวนการจัดการเรียนรู้ และ 1.6 การประเมินผล  โดยมีค่าเฉลี่ยความเหมาะสมสอดคล้อง 4.3 อยู่ในระดับมาก (2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และนักเรียนมีทักษะคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ (3) ครูผู้สอนระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ มีระดับความคิดเห็นต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.53 อยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ฟูเต็มวงค์ ส., & เส็งศรี ส. (2023). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกร่วมกับความเป็นจริงเสริมเพื่อเสริมสร้างทักษะคอมพิวเตอร์และสารสนเทศเพื่องานอาชีพ สำหรับนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. วารสารวิจัยและนวัตกรรม สถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร, 6(1), 1–18. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/ivebjournal/article/view/264121
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Framework for 21st Century Learning. (2019). Battelle For Kids. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 จาก https://static.battelleforkids.org/documents/p21/P21_Framework_Brief.pdf

วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์วงศ์.

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2562). หลักสูตร พ.ศ.2562. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 จาก www.bsq.vec.go.th: https://bsq.vec.go.th/Portals/9/Course/20/2562/newv1.pdf

เพชรา บุดสีทา. (2560). แนวทางการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 จาก fms.kpru.ac.th: https://fms.kpru.ac.th/pr-all/pr-km/pr-km-2560/4908/

ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2550). การเรียนรู้ใน ยุคสมัยหน้า 1 : ตอน คุณลักษณะที่จำเป็นของผู้เรียนยุคทวีนนี่. e-magazine ,Information Technology Service, Chiang Mai University.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก(Active Learning). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

วิวัฒน์ มีสุวรรณ. (2556). การอกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ด้วยเทคโนโลยีออคเมนเต็ดเรียลลิตี้. เพชรบูรณ์: จุลดิสการพิมพ์.

วิกิพีเดีย. (2566). ความเป็นจริงเสริม.สืบค้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2566. จาก th.wikipedia.org: https://th.wikipedia.org/wiki/ความเป็นจริงเสริม

Brown, Warren B., and Moberg, Denis J. (1980). Organizational Theory and Management : A Macro Approach. New York: John Wiley & Sons.

Gerlach, V.S. & Ely. (1971). Teaching and Media: A systematic approach. New Jersey: Prentice-Hall, Inc.

ทิศนา แขมมณี. (2553). องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาล.

รัตนะ บัวสนธ์. (2552). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา. กรุงเทพฯ: คำสมัย.

พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2544). การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ: แนวคิด วิธีและเทคนิคการสอน 1. กรุงเทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรุ๊ปแมเนจเม้นท์.

Bonwell, C.C.; & Eison.J. A. (1991). Active Learning: Creative Excitement in the. Washington, D.C: ASHE-ERIC Higher Education Reports No. 1.

Florida State University. (2011). Types of Instructional Media. ใน instruction at fsu handbook 2011 (หน้า pp.104-105). n.p.

Baldwin J. and Williams H. (1988). Active Learning: a trainer’s guide. Oxford, England: Basil Blackwel.

P.H. Kvam. (2000). The Effect of Active Learning Methods on Student Retention in Engineering statistics. The American Statistician54.2 (May 2000): 136-140.

ปฏิวัติ พุทธะศักดิ์เมธี. (2556). การเรียนรู้เชิงรุกที่ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองเพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์. กรุงเพทฯ: มหาวิทยาลัยรังสิต.

กมล โพธิเย็น. (2564). Active Learning: การจัดการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์การจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีที่ 19 ฉบับที่ 1 (มกราคม -มิถุนายน 2564).

ดวงใจ สมภักดี. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกทางเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการอาชีพ สำหรับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงทางการบัญชี. กรุงเทพฯ: สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1.

Azuma, R.T. (1999). Predictive tracking for augmented reality. University of North Carolina: Chapel Hill.

Azuma, R.T. (1999). Predictive tracking for augmented reality. University of North Carolina: Chapel Hill.

Jean Marc, C., Olivier, H. and Nehla, G. (2012). Active Learning base on the use of Augmented Reality Outline of Possible Applications. International Journal of Computer Application, (46), 30-36.

ไกรวิชญ์ ดีเอม. (2557). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนร่วมกับเทคโนโลยีออคเมนเต็ด เรียลลิตี้ รายวิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาของมนุษย์ สำหรับนักศึกษา สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ชัยอนันต์ สาขะจันทร์. (2559). การพัฒนารูปแบยการเรียนแบบร่วมมือโดยประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงเพื่องส่งเสริมทักษะปฏิบัติและความคงทนทางการเรียน สำหรับนักศึกษาหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพะรจอมเกล้าพระนครเหนือ.

Stephen, F., Mats, D. (2018). Modelling Competencies for Computing Education Beyond 2020. Larnaca, Cyprus: ITiCSE.

Wisnu, W. S., & Kridanto, S. (21 Dec 2007). ICT literacy as an indicator of e-government Readiness. school of electrical and informatics Engineering. Banding Institute of Technology.

น้ำทิพย์ วิภาวิน. (2550). ทักษะการรู้สารสนเทศของนักศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย. ใน วารสารห้องสมุด (หน้า 81- 92). กรุงเทพฯ.

Rebecca Petronzi and Dominic Petronzi. (2020). The Online and Campus (OaC) Model as a Sustainable Blended Approach to Teaching and Learning in Higher Education: A Response to COVID-19. ERIC, p498-507