ปัจจัยพยากรณ์การท่องเที่ยววัดพระธาตุพนมวรวิหารของนักท่องเที่ยวและการวิเคราะห์กระแสการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาในจังหวัดนครพนมผ่าน Social Listening
คำสำคัญ:
ท่องเที่ยวเชิงศรัทธา, การฟังเสียงทางสังคม, วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร, จังหวัดนครพนมบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เพื่อวิเคราะห์กระแสและความเห็นทั้งด้านบวกด้านลบบนโลกออนไลน์ ผ่าน Social Listening ที่มีการพูดถึงการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาในจังหวัดนครพนม 2.ศึกษาพฤติกรรมการท่องเที่ยว แรงจูงใจ การรับรู้ข่าวสาร และประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาของนักท่องเที่ยว ในการมาเยี่ยมชมวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม 3.เปรียบเทียบปัจจัยส่วนบุคคลกับการรับรู้ข่าวสารของนักท่องเที่ยว แรงจูงใจของนักท่องเที่ยว และประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาของนักท่องเที่ยว ในการมาเยี่ยมชมวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม 4.ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรับรู้ข่าวสาร แรงจูงใจ ประสบการณ์การท่องเที่ยว กับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ในการมาเยี่ยมชมวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนมเพื่อศึกษาตัวแปรที่สามารถพยากรณ์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ในการมาเยี่ยมชมวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม 5.ศึกษาตัวแปรที่สามารถพยากรณ์พฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน (Mix research method) ส่วนแรกการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผู้วิจัยได้ทำการ “วิเคราะห์กระแสการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาในจังหวัดนครพนมผ่าน Social Listening” ประชากรกลุ่มตัวอย่างสำหรับใช้ในการวิจัยคือ กลุ่มคนที่มีการพูดถึงการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาในจังหวัดนครพนม ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (social media) ได้แก่ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เอกซ์(ทวิตเตอร์) ยูทูบ ติ๊กต็อก และพันทิป ระหว่าง 1 ม.ค.- 27 ก.ย. 2567 โดยรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ Mandala Analytics – Social Listening ซึ่งผลของผลการใช้ Social Listening ชี้ชัด "พระธาตุพนม" เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองที่ครองใจและเป็นหมุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวที่ใครๆที่มาท่องเที่ยวจังหวัดนครพนมนิยมไปท่องเที่ยว จากนั้นเมื่อได้ผลการวิจัยส่วนแรกผู้วิจัยจึงลงมือทำ ส่วนที่สองคือการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) โดยเจาะไปยังเพชรเม็ดงามของการท่องเที่ยวเชิงศรัทธาของจังหวัดนครพนม คือ พระธาตุพนม ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายคือนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางมาท่องเที่ยววัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน โดยช่วงเวลาการเก็บข้อมูลวิจัยเชิงปริมาณคือ เม.ย.-พ.ค. 2568
ผลการศึกษาพบว่า 1.ผลการวิจัยเชิงคุณภาพ พบว่า แพลตฟอร์มที่มีการพูดถึงมากที่สุดคือ Facebook แพลตฟอร์มที่มี Engagement มากที่สุดคือ YouTube ลักษณะเนื้อหาที่มีความยาวและเจาะลึก ประเภทคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยม และได้รับ Sentiment บวกอย่างต่อเนื่อง คือ พระธาตุพนมและพระธาตุอื่น ๆ หากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งใดเพิ่งได้รับการเผยแพร่หรือสร้างใหม่ มักจะได้รับเสียงสะท้อนทั้งด้านบวกและลบ เพราะเป็นพื้นที่ใหม่ที่อยู่ในช่วงการรับรู้ของสาธารณชน 2. ผลการวิจัยเชิงปริมาณ พบว่า 1.ปัจจัยส่วนบุคคลอันได้แก่ อายุ, สถานภาพ(โสด,สมรส), อาชีพและรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่ต่างกัน จะมีการรับรู้ข่าวสารของนักท่องเที่ยวในการมาเยี่ยมชมวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนมที่ต่างกัน 2. ปัจจัยส่วนบุคคลอันได้แก่ อายุ, สถานภาพ(โสด,สมรส) และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกัน จะมีแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวในการมาเยี่ยมชมวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนมที่ต่างกัน 3.ปัจจัยส่วนบุคคลอันได้แก่ สถานภาพ(โสด,สมรส) และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกัน จะมีประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาของนักท่องเที่ยวในการมาเยี่ยมชมวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม 4.การรับรู้ข่าวสารมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในการมาเยี่ยมชมวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 โดยมีค่า P-Value เท่ากับ 0.000 5. แรงจูงใจมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในการมาเยี่ยมชมวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 โดยมีค่า P-Value เท่ากับ 0.000 6. ประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธามีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในการมาเยี่ยมชมวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 โดยมีค่า P-Value เท่ากับ 0.000 7.การรับรู้ข่าวสาร แรงจูงใจ และประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงศรัทธาสามารถร่วมกันพยากรณ์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวในการมาเยี่ยมชมวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม โดยปัจจัยแรงจูงใจด้านศาสนา/วัฒนธรรม แรงจูงใจด้านบุคคล ปัจจัยประสบการณ์ มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.001 มีค่า P-Value เท่ากับ 0.000 และแรงจูงใจด้านกายภาพ มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 มีค่า P-Value เท่ากับ 0.001
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2560). แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2560 – 2564). https://www.mots.go.th/download/article/article_20170320150102.pdf
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2560-2566). สถิตินักท่องเที่ยวภายในประเทศ ปี 2560-2566 (จำแนกตามภูมิภาคและจังหวัด) https://www.mots.go.th/more_news_new.php?cid=411
กันยา สุวรรณแสง. (2542). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ: อักษรวิทยา.
เขมจิรา ใจตุ้ย. (2562). ความพึงพอใจและพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปที่เดินทางมาท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร.มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. กรุงเทพมหานคร.
ตรีวิชญ์ สถิตรักษ์วงศ์. (2560). การรับรู้ข้อมูลและพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์กับการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของนักท่องเที่ยวชาวไทยในกรุงเทพมหานคร. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ]
สวรินทร์ นิลอุทัย. (2562). แนวทางการพัฒนาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้บริการโรงแรมสีเขียว. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์]
ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ. (2538). พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพฯ: พัฒนาศึกษา.
Kaplan, A. M., & Haenlein, M. (2010). Users of the world, unite! The challenges and opportunities of social media. Business Horizons, 53(1), 59–68.
M. Clawson, J.L. Knetsch, และ Resources for the Future. (2013). Economics of Outdoor Recreation. Resources for the Future. https://books.google.co.th/books?id=FvZW7c_0cUwC
McIntosh R.W., & Goeldner, C.R. (1986). Tourism principles, practices, philosophies. New York: John Wiley & Son.
Stewart, M. C., & Arnold, C. L. (2018). Defining Social Listening: Recognizing an Emerging Dimension of Listening. International Journal of Listening, 32(2), 85–100.
Wisesight. (2022). Articles Social Listening. https://wisesight.com/th/news/social-listening-2/