อารมณ์ขันภาพสะท้อนวัฒนธรรมเอเชีย
คำสำคัญ:
อารมณ์ขัน, วิธีการเล่าเรื่อง, วัฒนธรรมเอเชีย, การออกแบบ, กรณีศึกษาบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะและการใช้อารมณ์ขันในบริบทวัฒนธรรมของเอเชีย โดยเน้นการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยและตัวอย่างประเทศในภูมิภาค (จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลี) ผ่านการทบทวนวรรณกรรมและการวิเคราะห์กรณีศึกษาในสื่อประเภทต่าง ๆ ได้แก่ วรรณกรรม ภาพยนตร์ การ์ตูน รายการวาไรตี้ และงานออกแบบเชิงพาณิชย์ ผลการศึกษาแสดงให้เห็น 3 ประเด็นสำคัญคือ (1) อารมณ์ขันไทยมักเป็นมิตรและหลีกเลี่ยงการทำร้ายผู้อื่น โดยใช้กลวิธีเช่นการเล่นคำและการเสียดสีแบบอ้อม เพื่อรักษาความสัมพันธ์ทางสังคม (2) ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียมีรูปแบบเฉพาะตัว ญี่ปุ่นเน้นมุกเชิงจังหวะและการแสดงเกินจริง ขณะที่จีนใช้มุกเชิงไหวพริบและอ้างอิงตำนาน และอินเดียมักผสมคอมเมดี้กับการวิพากษ์สังคม (3) การนำอารมณ์ขันไปใช้ในการออกแบบช่วยสร้างอัตลักษณ์และการจดจำของแบรนด์ แต่ต้องปรับให้สอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรมเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดหรือความขัดแย้งทางอารมณ์ งานวิจัยนี้สรุปกรอบวิเคราะห์ที่เชื่อมโยงระหว่างลักษณะมุก เทคนิคการเล่า ความหมายทางสังคม และการประยุกต์ใช้เชิงออกแบบ ซึ่งมีประโยชน์ต่อการออกแบบสื่อ การสื่อสารข้ามวัฒนธรรม และการวิจัยในอนาคตเกี่ยวกับอารมณ์ขันในบริบทเอเชีย
เอกสารอ้างอิง
กฤตพล สุธีภัทรกุล. (2566). ‘ไซอิ๋ว’ วรรณกรรมข้ามยุค แรงบันดาลใจแห่งเอเชีย จาก ‘ดราก้อนบอล’ ถึง K-Pop! กรุงเทพธุรกิจ. https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/entertainment/1065582
จันทิมา หวังสมโชค (2013). กลวิธีสื่ออารมณ์ขันในละครตลกสถานการณ์ของไทยจากมุมมองวัจนปฏิบัติศาสตร์. วารสารศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 6(2), 100–127. สืบค้น จาก https://so03.tci-thaijo.org/index.php/liberalarts/article/view/13470
ทัศนีย์ กระต่ายอินทร์. (2521). อารมณ์ขันในวรรณกรรมร้อยแก้วของไทยระหว่าง พ.ศ. 2453–2516 [ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร]. สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. https://thesis.swu.ac.th/swuthesis/Tha/Tussanee_K.pdf
นันทวรรณ ทองเตี่ยง. (2563). นัยแฝงในอารมณ์ขันผ่านนิตยสารขายหัวเราะ พ.ศ. 2559. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, 7, 79–93.
ปองปรารถน์ สุนทรเภสัช. (2563). การสื่อสารอารมณ์ขันที่สะท้อนการเลือกปฏิบัติในสังคมไทย. วารสารนิเทศศาสตร์, 38(1), 69–82. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jcomm/article/view/186320
เริงฤทธิ์ เอกวงศ์อนันต์, และศุภกรณ์ ดิษฐพันธุ์. (2567). การใช้แนวคิดอารมณ์ขันในสื่อเรขศิลป์เคลื่อนไหวสำหรับสื่อการเรียนวิชาศิลปะและการออกแบบในระดับอุดมศึกษา. วารสารรัชต์ภาคย์, 18(60), 484–499. https://search.tci-thailand.org/article.html?article_id=786769
วรุฒ ก่วยสกุล. (2567). มโนทัศน์เกี่ยวกับตลกและอารมณ์ขัน และแนวทางการศึกษา. ใน รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 16 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม (น. 1394–1405). มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. https://publication.npru.ac.th/bitstream/123456789/2231/1/NPRU_Conference_Proceeding_16_Final_%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2_1394-1405.pdf
ศิลป์ศุภา แจ้งสว่าง. (2558). กลวิธีและบทบาทของการสร้างบทตลกในการ์ตูนรามเกียรติ์ ฉบับรามาวตาร. รายงานการประชุมวิชาการและนำเสนอผลการวิจัยระดับชาติและนานาชาติ กลุ่มระดับชาติด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 6(2), 506–516. https://journalgrad.ssru.ac.th/index.php/5-02/article/download/274/207
สุทธภา อินทรศิลป์. (2564). กลวิธีการสร้างอารมณ์ขันในงานเขียนของ ปินดา โพสยะ. Journal of Modern Learning Development, 6(2), 332–343. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jomld/article/view/248213
อภิญญา หิรัญญะเวช. (2561). อิทธิพลของอารมณ์ขันทางลบ การละเลยคุณธรรม และการรับรู้ความนิรนามต่อพฤติกรรมการข่มเหงรังแกทางเฟซบุ๊ก [วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. Chulalongkorn University Theses and Dissertations. https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/2890/
Billig, M. (2005). Laughter and ridicule: Towards a social critique of humour. SAGE Publications. https://doi.org/10.4135/9781446211779
Bîrlea, O.-M. (2021). How are kawaii (cute) fictional characters used in Japanese advertising. Journal of Media Research, 14(39), 55–78. https://doi.org/10.24193/jmr.39.4
Brenner, R. E. (2007). Understanding manga and anime. Libraries Unlimited.
Chłopicki, W., Kavetska, A.-A., & Zacharopoulou, K. (2025). Art in digital humour: Interdisciplinary and intercultural approaches—Introduction to the special issue. Word & Image, 41(2), 115–124. https://doi.org/10.1080/02666286.2025.2460141
Hioe, B. (2020, January 9). Aesthetics and politics in 2020 elections. New Bloom Magazine. https://newbloommag.net/2020/01/09/aesthetics-politics-2020/
Hirani, R. (Director). (2009). 3 idiots [Film]. Vinod Chopra Films; Reliance BIG Pictures.
Jiang, T., Li, H., & Hou, Y. (2019). Cultural differences in humor perception, usage, and implications. Frontiers in Psychology, 10, Article 123. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2019.00123
Kabaya Foods Corporation. (2017). Saku Saku Panda. Retrieved May 5, 2025, from https://www.kabaya.co.jp/en/catalog/sakupan/
Lee, J. S. (2007). Language and identity: Entertainers in South Korean pop culture. In M. Mantero (Ed.), Identity and second language learning: Culture, inquiry, and dialogic activity in educational contexts (pp. 283–303). Information Age Publishing.
Mishianh. (2021). Luffy eating at the Boar Hat! (Seven Deadly Sins crossover) [Fan art]. Reddit. https://www.reddit.com/r/OnePiece/comments/pcwzca/luffy_eating_at_the_boar_hat_seven_deadly_sins/
Mittler, B. (2012). A continuous revolution: Making sense of Cultural Revolution culture. Harvard University Asia Center.
Sinha, S. (2021, July 12). 7 lessons we can learn from 3 Idiots. Circle. https://circle.youthop.com/everything-else/7-lessons-we-can-learn-from-3-idiots
Tischer, J. F. (2022). Panmemic inoculation: How Taiwan is nerfing the pandemic with cute humour. East Asian Journal of Popular Culture, 8(2), 183–204. https://doi.org/10.1386/eapc_00073_1
VIU. (2024). Running Man (2024). Retrieved April 29, 2025, from https://www.viu.com/ott/th/th/vod/2290986/Running-Man-2024
Wells, M. (1997). Japanese humour. Palgrave Macmillan. https://doi.org/10.1057/9780230390065
Wu, C. (1977). The journey to the West: Vol. 1 (A. C. Yu, Trans. & Ed.). University of Chicago Press.
Yang, I., Horak, S., & Chi, S.-C. S. (2021). Leader humor effectiveness—The divergent dynamics of leader humor over time in East Asia and North America. Thunderbird International Business Review, 63(3), 383–395. https://doi.org/10.1002/tie.22180
Yue, X. (2017). Humor and Chinese culture: A psychological perspective. Routledge. https://doi.org/10.4324/9781315412450
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความทุกบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิชาการนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
