แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 2

ผู้แต่ง

  • เพ็ญประภา ฤทธิลี คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย
  • ประสงค์ ต่อโชติ คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย
  • กฤษฎาพันธ์ พงษ์บริบูรณ์ คณะศึกษาศาสตร์และศิลปศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

คำสำคัญ:

แนวทางการพัฒนา, องค์กรแห่งความสุข

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และลำดับความต้องการจำเป็น พร้อมทั้งเสนอแนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุขในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2 โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสานแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพและความต้องการจำเป็นจากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหารและครู จำนวน 315 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ แบบตอบสนองคู่ มีค่าความเชื่อมั่น 0.89 และ ระยะที่ 2 การพัฒนาและประเมินแนวทาง โดยการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจากโรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ 6 คน แล้วนำมาร่างแนวทางและประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้โดยผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีลำดับความต้องการจำเป็น

ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันของการเป็นองค์กรแห่งความสุขโดยรวมอยู่ในระดับมาก ( =3.77 S.D.=0.36) และสภาพที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.20 S.D.=0.36) เมื่อพิจารณาลำดับความต้องการจำเป็น พบว่าด้านที่มีความสำคัญสูงสุดคือด้านองค์กรมีเอกภาพ รองลงมาคือด้านความสุขในการทำงาน ด้านสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน ด้านทัศนคติเชิงบวก และด้านความรักในงาน ตามลำดับ สำหรับแนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุขที่นำเสนอ พบว่ามีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก และมีความเป็นไปได้ในการนำไปปฏิบัติอยู่ในระดับมากที่สุด

เอกสารอ้างอิง

ประภาส สะมะณี. (2562). การพัฒนาโรงเรียนสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุข. วารสารวิจัยทางการศึกษา, 13(1), 89–104.

พิชชาพร เจริญยิ่ง, พัชราภา ตันติชูเวช, และอรอุษา ปุณยบุรณะ. (2568) องค์กรแห่งความสุขของครูในโลกยุค ใหม่. วารสารสังคมศึกษาปริทรรศน์, 1(5), 1-14.

มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. (2567). รายงานสุขภาพคนไทย ปี 2567. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.

ศิรประภา พิลาโสภา. (2563). แนวทางการบริหารสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุข. วารสารศึกษาศาสตร์, 31(2), 112–128.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2563). แนวคิดองค์กรแห่งความสุข (Happy Workplace). กรุงเทพมหานคร: สสส.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่น เขต 2. (2567). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ (NT และ O-NET). ขอนแก่น: สพป.ขอนแก่น เขต 2

Bakker, A. B., & Demerouti, E. (2017). Job demands–resources theory: Taking stock and looking forward. Journal of Occupational Health Psychology, 22(3), 273–285.

Maslach, C., & Leiter, M. P. (2016). Understanding the burnout experience: Recent research and its implications. World Psychiatry, 15(2), 103–111.

OECD. (2019). OECD future of education and skills 2030: Learning compass 2030. Paris: OECD Publishing.

Seligman, M. E. P. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being. New York: Free Press.

Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. San Francisco, CA: Jossey-Bass.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

27-04-2026

รูปแบบการอ้างอิง

ฤทธิลี เ., ต่อโชติ ป., & พงษ์บริบูรณ์ ก. (2026). แนวทางการพัฒนาสถานศึกษาสู่การเป็นองค์กรแห่งความสุข สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาขอนแก่นเขต 2. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มมร วิทยาเขตอีสาน, 7(1), 25–37. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jhsmbuisc/article/view/292114

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย