บูรณาการรูปแบบการอยู่ร่วมกันของชาวพุทธและชาวคริสต์ ในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาการบูรณารูปแบบการอยู่ร่วมกันของชาวพุทธในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 2) เพื่อศึกษาการบูรณาการรูปแบบอยู่ร่วมกันของชาวคริสต์ในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 3) วิเคราะห์เปรียบเทียบการบูรณาการรูปแบบการอยู่ร่วมกันของชาวพุทธและชาวคริสต์ในอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาจากคัมภีร์ทางศาสนา และศึกษาจากเอกสารวิชาการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก ผลการศึกษาพบว่า 1) รูปแบบการอยู่ร่วมกับคนต่างศาสนาของชาวพุทธในอำเภอเขาค้อ แสดงให้เห็นว่าผ่านการยอมรับของชุมชนที่ชัดเจนเป็นระบบ ปฏิบัติได้จริงและสอดคล้องกับบริบทพื้นที่ มีการส่งเสริมความสงบเรียบร้อยและความร่วมมือ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย และใช้เป็นพื้นฐานในการดำเนินงานหรืออยู่ร่วมกันอย่างมีระเบียบและสันติ การสร้างสังคมที่สงบสุข ผ่านหลักเมตตา ความสามัคคี และการพัฒนา วัดและพระสงฆ์มีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาชุมชน 2) การนำมาบูรณาการการนำหลักเกณฑ์เหล่านั้นไปประยุกต์ใช้ร่วมกับบริบทของชุมชน ทั้งด้านวัฒนธรรม ศาสนา และการดำเนินชีวิต โดยผู้นำชุมชนและองค์กรศาสนานำไปใช้ร่วมกันในการแก้ปัญหาและพัฒนาชุมชน นำสู่การส่งเสริมคุณธรรม การทำงานร่วมกัน และการสร้างความสามัคคี ก่อให้เกิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเป็นระบบในทุกระดับของสังคม แนวคิดรูปแบบการอยู่ร่วมกันของชาวคริสต์ในเขาค้อเน้น บัญญัติแห่งความรัก เป็นหลัก ส่งเสริมสันติภาพ การเคารพ และยอมรับความแตกต่าง ยึดมั่นในเอกภาพภายในศาสนา พร้อมเคารพศาสนาอื่น มุ่งเน้นการแสวงหาจุดร่วมมากกว่าจุดต่าง และใช้คุณค่าทางวัฒนธรรมในการพัฒนาชุมชน การอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมนั้นเกิดขึ้นได้ เมื่อมีความเข้าใจ ยอมรับ และการสื่อสารที่สันติ แต่ยังมีปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกันในบางประเด็น 3) การเปรียบเทียบทั้งสองศาสนาต่างตระหนักถึงศักยภาพของศาสนาในการสร้างสังคมสงบสุขและเจริญรุ่งเรือง โดยเน้นคุณธรรม ความรัก ความเมตตา และความสามัคคี รวมถึงการเคารพในความเชื่อที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม ปัญหาเกิดจากความไม่เข้าใจในระดับบุคคล เช่น ชาวพุทธไม่เข้าใจบทบาทพระสงฆ์ ส่วนชาวคริสต์เผชิญปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน การถือครองกรรมสิทธิ์หมายถึงมีการถือครอง ขายให้คนอื่นมิได้นอกจากบุตรหรือธิดาที่สืบทอดต่อเท่านั้น นำไปสู่ความขัดแย้งเพราะนำไปขายถือกรรมสิทธิ์ผู้ครอบครองคนใหม่ แนวทางแก้ไขต้องส่งเสริมความรู้ทางศาสนา ผู้นำศาสนาต้องปรับตัวให้ทันยุคสมัย พร้อมลงพื้นที่พูดคุยรายบุคคล เพื่อสร้างความเข้าใจและอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
- ข้อความใดๆ ที่ปรากฎในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
เอกสารอ้างอิง
พระสมพล ยสชาโต. (2566). พระพุทธเจ้ากับการเมืองการปกครอง. วารสารปราชย์ประชาคม. 1(2), 92-113.
พระภาวนาวชิรวิเทศ.วิ. และคณะ. (2025). สังคมพหุวัฒนธรรมและหลักคำสอนทางศาสนาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์. 11(1), 389-401.
พระมหาดวงเด่น ฐิตญาโณ (ตุนิน) และคณะ. (2561). การบูรณาการองค์ความรู้หลักการและ วิถีปฏิบัติตามแนวทางศาสนา เพื่อการพัฒนากระบวนการสร้างสันติภาพ. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร. 6(2), 474-489.
พระมหามงคลกานต์ ิตธมฺโม, คงสฤกษ์ แพงทรัพย์ และพูนศักดิ์ กมล. (2562). การอยู่ร่วมกันของคนในสังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย กรณีศึกษาสังคมพหุวัฒนธรรมฯ. วารสารมหาจุฬาวิชาการ. 6(2), 46-59.
ธุวพล ทองอินทราช. (2564). กระบวนการส่งเสริมและพัฒนาความหลากหลายทางวัฒนธรรมท้องถิ่น. แบบมีส่วนร่วมของชุมชนไทยทรงดำจังหวัดชุมพร. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธาน. 6(12), 237-251.
ยุทธนา นรเชฎโฐ และจุฑารัตน์ ทองอินจันทร์. (2019). การอยู่ร่วมกันของคนในสังคมพหุวัฒนธรรมในประเทศไทย. วารสารมหาจุฬาวิชาการ. 7(1), 102-118.
สุวัฒนพงษ์ ร่มศรี. (2567). พหุวัฒนธรรมในสังคมโลกาภิวัฒน์: การอยู่ร่วมกันในความแตกต่าง. วารสารวัฒนธรรมสังคมศาสตร์ สํานักงานศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม. 1(3), 37-45.
สิทธิเดช วงศ์ปรัชญา, วรรณพร พุทธภูมิพิทักษ์ และเสริมศิริ อัครพุฒิพันธ์. (2562). ชาวไทยภูเขากับความมั่นคงของมนุษย์: กรณีศึกษาชาติพันธุ์ม้ง จังหวัดเพชรบูรณ์. รายงานวิจัย สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
อภิวัชร์ ทวีทรัพย์ และสุริยะโส กตะศิลา. (2566). พันธกิจทางสังคมของคริสตจักรโปรแตสแตนต์กับบาทของโครงการหลวงที่มีต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของชุมชนในอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่. วารสารปรัชญาปริทรรศน์. 28(2), 10-22.