วิเคราะห์การตีความชื่นชอบของเทวดาจากการกล่าวนามในมหาสมัยสูตร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปรากฏการณ์ที่ปรากฏในมหาสมัยสูตร ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ทรงเอ่ยนามเหล่าเทวดาที่มาประชุมในป่ามหาวัน โดยเฉพาะการที่พระองค์ทรงระบุรายนามเทวดาจำนวนมากต่อหน้าพระอรหันต์ 500 รูป การเอ่ยนามเช่นนี้มิได้มีความหมายเพียงการบันทึกเหตุการณ์ทางศาสนา หากยังสะท้อนถึงความปีติสุขและความอิ่มเอมใจที่เกิดขึ้นแก่เหล่าเทพผู้ได้รับการกล่าวถึง อันแสดงให้เห็นกลไกทางสังคมและจิตวิทยาที่สอดคล้องกับประสบการณ์มนุษย์ทั่วไป การศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่าการถูกเอ่ยนามโดยบุคคลผู้ทรงคุณค่าเป็นประสบการณ์แห่งความสุขอันแท้จริง เมื่อพระพุทธเจ้า พระมหากษัตริย์ หรือบุคคลที่เรารักเคารพได้กล่าวถึงชื่อของเรา ย่อมเกิดความปลื้มปีติราวกับดวงใจได้รับการประทับตรายืนยัน สิ่งนี้เป็นเสมือนการรับรองตัวตนที่ก่อให้เกิดความสุข ความมั่นใจ เพิ่มกำลังใจที่มีความหมายแห่งชีวิต ในมิติทางจิตวิทยา ปรากฏการณ์ดังกล่าวตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานด้านการยอมรับและคุณค่าตนเอง และในมิติทางสังคม การกล่าวนามเป็นการยกย่องและให้เกียรติแก่สถานะของบุคคล การยอมรับและให้คุณค่าต่อการมีตัวตนของแต่ละคน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีทางสังคม และสานสายสัมพันธ์ในชุมชน เมื่อเปรียบเทียบกับประสบการณ์ในโลกมนุษย์ เราล้วนรู้สึกปลื้มปีติเมื่อบุคคลสำคัญเอ่ยนามหรือกล่าวถึงเรา การตีความมหาสมัยสูตรในมิตินี้เผยให้เห็นว่าพุทธพจน์ไม่เพียงถ่ายทอดข้อเท็จจริงเชิงจักรวาล แต่ยังสื่อถึงความศรัทธาและจิตวิทยาสังคม โดยการกล่าวนามเป็นสัญลักษณ์แห่งการยืนยันคุณค่าและการสร้างสายใยแห่งความผูกพัน ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าปีติสุขจากการถูกเอ่ยนามมิใช่เพียงความสุขเฉพาะหน้า แต่ยังเป็นกลไกทางจิตวิทยาและสังคมที่สะท้อนความต้องการทั้งของมนุษย์และเทวดา นั่นคือการได้รับการยอมรับ การได้รับคุณค่า และการดำรงอยู่ด้วยความหมายในสายตาของผู้อื่น บทความนี้จึงเสนอว่ามหาสมัยสูตรสามารถตีความได้ในฐานะคัมภีร์ที่สะท้อนพลวัตแห่งจิตใจและสังคม ซึ่งยังคงมีนัยสำคัญต่อความเข้าใจในประสบการณ์ความสุขของมนุษย์ร่วมสมัย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
- ข้อความใดๆ ที่ปรากฎในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
เอกสารอ้างอิง
คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2023). จิตวิทยาไม่ใช่การอ่านใจ. คณะจิตวิทยา: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชมพู โกติรัมย์. (2568). จิตสำนึกทางสังคม. มหาวิทยาลัยศรีปทุม. สืบค้น 7 กันยายน 2568 จาก https://www.baanjomyut.com/library_4/social_consciousness/
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. การทักทายและการตอบรับการทักทาย. สืบค้น 7 กันยายน 2568 จาก https://lc.dru.ac.th/docfiles/drutest/Listening_new.pdf
มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ออนไลน์. (2568). การพูดอย่างไรให้มีความสุข. สืบค้น 7 กันยายน 2568 จาก https://www.thaiheartfound.org/Article/Detail/140348#:~:text=พูดจาไพเราะ%20อ่อนหวาน%20ย่อมเป็น,หรือใช้อารมณ์เหนือเหตุผล
ภาวดี เหมทานนท์ และสุทัศน์ เหมทานนท์. (2564). การพัฒนาโปรแกรมกลุ่มการระลึกความหลังแบบบูรณาการต่อความภาคภูมิใจในตนเอง ภาวะซึมเศร้า และคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและวิทยาลัยการสาธารณสุขภาคใต้. 8(3), 257.
พระครูสุตสารบัณฑิต (จำนงค์ ผมไผ). (2567). การศึกษาเรื่องอัตลักษณ์และความหลากหลายในสังคมหลังสมัยใหม่. วารสารกว๊านพะเยา. 1(6), 47-60.
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพฯ; มูลนิธิพุทธธรรม.
มติชน. (2023). อัตลักษณ์ของไทยเปลี่ยนไปแล้ว. สืบค้น 7 กันยายน 2568 จาก https://www.matich on.co.th/columnists/news_4109069
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2533). อรรถกถาภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาอฏฺฐกถา. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.(2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ:มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
รณชิต บุมี. (2550). พลังแห่งความศรัทธา. วิทยานิพนธ์ศิลปกรรมมหาบัณฑิต สาขาวิชาประติมากรรม: มหาวิทยาลัยศิลปากร. สืบค้น 7 กันยายน 2568 จาก http://www.thapra.lib.su.ac.th/obje cts/thesis/fulltext/thapra/Ronnachit_Bumee/Fulltext.pdf
วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี. การเสริมแรง. สืบค้น 7 กันยายน 2568 จาก https://th.wikipedia.org/wiki/การเสริมแรง
วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี. (2568). ปีติ. สืบค้น 7 กันยายน 2568 จาก https://th.wikipedia.org/wiki/ปีติ#:~:text=ในคัมภีร์พระอภิธรรม%20มี,ขันธ์)%20เป็น%20"เหตุใกล้"
ศูนย์สมองและชีวิต. (2021). ทักษะทางการได้ยิน (Auditory Processing) เป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการรับรู้. ศูนย์สมองและชีวิต. สืบค้น 7 กันยายน 2568 จาก https://www.brain andlifecenter.com
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2557). กรรมบถ. สืบค้น 7 กันยายน 2568 จาก http://legacy.orst.go.th/?k nowledges=กรรมบถ-7-กุมภาพันธ์-2557
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเภร). (2554). แปลและเรียบเรียงในคัมภีร์วิสุทธิมรรค. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: ธนาเพลส.
อารยา ถิรมงคลจิต. (2556). ประเภทของปีติ. สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. สืบค้น 7 กันยายน 2568 จาก http://legacy.orst.go.th/?knowledges=ประเภทของปีติ-20-กันยายน#:~:text=ปีติ%20แปลว่า %20ความปลาบปลื้ม,ที่เกิดแก่ร่างกายด้วย
Baumeister, R. F. & Leary, M. R. (1995). The need to belong: Desire for interpersonal attach- ments as a fundamental human motivation. Psychological Bulletin. 117(3), 497–529.
Deci, E. L. & Ryan, R. M. (2000). The “what” and “why” of goal pursuits: Human needs and the self-determination of behavior. Psychological Inquiry. 11(4), 227–268.
Hogg, M. A. (2006). Social identity theory. In P. J. Burke (Ed.), Contemporary social psychological theories. United States: Stanford University Press.
Maslow, A. H. (1943). A theory of human motivation. Psychological Review. 50(4), 370–396.
Tajfel, H. & Turner, J. C. (1979). An integrative theory of intergroup conflict. In W. G. Austin & S. Worchel (Eds.), The social psychology of intergroup relations. Cengage Group: Brooks /Cole.