การฝึกอบรมลำเดินสามช่าแบบขอนแก่นเพื่อพัฒนาเยาวชนสายอาชีพศิลปะพื้นบ้าน ยกระดับเป็น Soft Power สู่การขึ้นทะเบียนมรดกโลกในอนาคต

Main Article Content

สุนทร ฝ่ายที
ไชยวัฒน์ ชุ่มนาเสียว
หอมหวล บัวระภา
ราตรีศรีวิไล บงสิทธิพร

บทคัดย่อ

การพัฒนาแนวทางการฝึกอบรมลำเดินสามช่าแบบขอนแก่นสำหรับเยาวชนในสายอาชีพด้านศิลปะพื้นบ้านตามวัฒนธรรมหมอลำอีสาน เพื่อส่งเสริมศักยภาพของลำเดินสามช่าแบบขอนแก่นให้เป็น Soft Power ในระดับชาติและวางแนวทางการผลักดันลำเดินสามช่าแบบขอนแก่นสู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลกในอนาคต ส่วนการฝึกอบรมลำเดินสามช่าแบบขอนแก่นหมายถึง 1) ลำเดินสามช่าแบบขอนแก่น คือศิลปะการแสดงพื้นบ้านอีสานรูปแบบหนึ่งที่ใช้จังหวะสามช่าในการขับลำบนเวทีโดยมีการแสดงสด การร้องลำ การเต้นประกอบจังหวะ และการใช้ภาษาถิ่นแบบขอนแก่นเป็นเอกลักษณ์ 2) การฝึกอบรม หมายถึงกระบวนการจัดการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเพื่อถ่ายทอดทักษะ ความรู้ และคุณค่าทางวัฒนธรรมให้แก่กลุ่มเยาวชนหรือผู้สนใจโดยมุ่งพัฒนาศักยภาพในเชิงวิชาชีพ 3) เยาวชนสายอาชีพศิลปะพื้นบ้านหมายถึงเยาวชนที่มีความสนใจหรือศึกษาอยู่ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับศิลปะพื้นบ้าน เช่น ดนตรี การแสดง นาฏศิลป์ หรืองานฝีมือ และมีเป้าหมายในการพัฒนาเป็นอาชีพในอนาคต 4) Soft Power หมายถึง พลังทางวัฒนธรรมที่สามารถโน้มน้าวสร้างความนิยมหรือความประทับใจต่อประเทศหรือชุมชนโดยไม่ใช้กำลังหรืออำนาจบังคับ เช่น ดนตรี อาหาร การแสดง และศิลปะพื้นบ้าน 5) มรดกทางวัฒนธรรมของโลกหมายถึง มรดกที่มีคุณค่าโดดเด่นทางวัฒนธรรมและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นที่มีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ ซึ่งผ่านการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) 6) การพัฒนาอาชีพหมายถึงการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคคลมีทักษะ ความรู้ และช่องทางในการประกอบอาชีพอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว 7) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) หมายถึงระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และทุนทางวัฒนธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคม 8) การอนุรักษ์วัฒนธรรมหมายถึง กระบวนการรักษา การฟื้นฟูและส่งต่อคุณค่า ความเชื่อ ภูมิปัญญา และศิลปะวัฒนธรรมให้คงอยู่และเหมาะสมกับยุคสมัย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ฝ่ายที ส., ชุ่มนาเสียว ไ. ., บัวระภา ห. ., & บงสิทธิพร ร. (2026). การฝึกอบรมลำเดินสามช่าแบบขอนแก่นเพื่อพัฒนาเยาวชนสายอาชีพศิลปะพื้นบ้าน ยกระดับเป็น Soft Power สู่การขึ้นทะเบียนมรดกโลกในอนาคต. วารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์, 10(1), 50–61. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jmb/article/view/288342
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

คฑาวุธ มาป้อง และศิริมงคล นาฏยกุลวงศ. (2567). ศิลปะการแสดงสร้างสรรค์ของวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำ: แนวคิดรูปแบบและแนวทางการผลิตการแสดงเพื่อขจัดความยากจนในยุคโควิด-19. วารสารสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น. 8(1), 159-168

ชนวิทย์ ศรีเคน. (2566). กระบวนการถ่ายทอดลำทำนองขอนแก่นของหมอลำคณะรัตนะศิลป์อินตาไทราษฎร์. ปริญญาดุริยางคศาสตร์มหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

วิรชา ศรีพุทธา. (2562). การบริหารการจัดการวงหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.

สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยกระทรวงวัฒนธรรม. (2564). ศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย. สืบค้น 25 พฤษภาคม 2568 จาก https://ocacartfund.go.th/

สุทธินันท์ ศรีอ่อน. (2566). บทบาทหน้าที่ของพระพุทธศาสนาในเพลงลูกทุ่งหมอลำ. วิวิธวรรณสาร. 7(1), 153-171.

สุภาพิชญ์ ถิระวัฒน์. (2565). Soft power (อำนาจละมุน) พลังละมุนละไมสู่ความสำเร็จบนเวทีโลก: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. หอสมุดรัฐสภา. National Assembly library of Thailand. สืบค้น 21 พฤษภาคม 2568 จาก www. https://library.parliament.go.th/th/radioscript/r r2565-may7

Joseph, N. (2004). Soft power: The Means to Success in World Politics. USA: Harvard University.

Stuart Henry MacPhail-Hall et al. (1980). Cultural Studies Theory: cultural texts can be interpreted differently by audiences based on their social and cultural contexts. Retrieved 25 May 2025 from www. Stuarthallfoundation.org.