The "การสื่อสารภายใน" มุมมองเพื่อการหลุดพ้นในพระพุทธศาสนาเถรวาท: บูรณาการกับทฤษฎีการสื่อสารของวิลเบอร์ ชแรม

Main Article Content

Siriporn Klaewtanong

บทคัดย่อ

บทความนี้ศึกษากระบวนการสื่อสารภายใน เพื่อการหลุดพ้นในพระพุทธศาสนาเถรวาท โดยบูรณาการกับทฤษฎีการสื่อสารของวิลเบอร์ ชแรม นักทฤษฎีการสื่อสารชาวตะวันตก ที่เน้นกระบวนการสื่อสารเชิงวงจร ประกอบด้วย การเข้ารหัส การถอดรหัส และการสะท้อนกลับ ด้วยการตีความผ่านประสบการณ์ของผู้รับสาร ใช้วิธีวิจัยเชิงเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลจากพระไตรปิฎก อรรถกถา และคัมภีร์วิสุทธิมรรค รวมถึงงานวิจัยสมัยใหม่ ผลการศึกษาพบว่า การสื่อสารภายใน ในมุมมองเพื่อการหลุดพ้นในพระพุทธศาสนาเถรวาท เป็นกระบวนการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับจิต มีลักษณะเป็นวงจร โดยจิตทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสาร สติทำหน้าที่เป็นกลไกในการรับรู้ และโยนิโสมนสิการทำหน้าที่ให้ผลสะท้อนกลับต่อการตัดสินใจ การรู้เท่าทันสภาวธรรม และการพัฒนาปัญญาให้เจริญ ตามหลักปฏิบัติในสติปัฏฐาน 4 ได้แก่ กายานุปัสสนา เวทนานุปัสสนา จิตตานุปัสสนา และธรรมานุปัสสนา ก่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการกระทำของบุคคลไปในทางกุศล ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ผ่านกระบวนการสื่อสารภายในจิตของพระองค์ ด้วยการเจริญวิปัสสนากรรมฐานอย่างมีสติสัมปชัญญะ พิจารณากระบวนการเกิดดับของวงจรปฏิจจสมุปบาทตามหลัก        อิทัปปัจจยตา เห็นไตรลักษณ์ อริยสัจ 4 และมรรคมีองค์แปด ส่วนแบบจำลองของชแรมปรากฏให้เห็นความสอดคล้องในเรื่องการตีความและการสร้างความหมายภายในบุคคล แต่ยังไม่ครอบคลุมทางมิติด้านจิตวิญญาณ การบูรณาการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการสื่อสารภายในทางพระพุทธศาสนามิใช่เป็นเพียงกระบวนการทางจิตวิทยา แต่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาจิตที่นำไปสู่ปัญญาแห่งความรู้แจ้งและการหลุดพ้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Klaewtanong, S. (2026). The "การสื่อสารภายใน" มุมมองเพื่อการหลุดพ้นในพระพุทธศาสนาเถรวาท: บูรณาการกับทฤษฎีการสื่อสารของวิลเบอร์ ชแรม. วารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์, 10(2). สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jmb/article/view/295234
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ณัฏฐ์สุดา วิจิตรจามรี. (2562). ทฤษฎีการสื่อสาร (Communication Theories). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

ปรีชา ช้างขวัญยืน และสมภาร พรมทา. (2543). มนุษย์กับศาสนา (โครงสร้างตำราคณะอักษรศาสตร์). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญาณสิทฺธิ). (2546). คำบรรยายวิปัสสนากรรมฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2558). พุทธธรรม (ฉบับปรับขยาย). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ผลิธัมม์ ในเครือ บริษัท สำนักพิมพ์เพ็ทแอนด์โฮม จำกัด.

พระพุทธโฆสเถระ. (2562). คัมภีร์วิสุทธิมรรค แปลและเรียบเรียง (สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถร). กรุงเทพฯ: วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ คณะ 25.

แม่ชีนวพร ทองศรีเพชร. การเจริญวิปัสสนาเพื่อความสิ้นกรรมด้วยกาบรรลุวิชชา 3. วารสารนวังคสัตถุสาสน์ปริทรรศน์, 2(1), 42-53.

Carl R. Rogers. (1970). On Becoming a Person: A Therapist’s View of Psychotherapy. Switzerland: Frontiers in Psychology.

Piaget, J. (1952). The Origins of Intelligence in Children. New York: International Universities Press.

Vygotsky, L. S. (1987). The Collected works of L. S. Vygotsky: Vol. 1. Problems of General Psychology. New York: Plenum Press.

Wilbur Schramm. (1954). The Process and Effects of Mass Communication. Urbana: University of Illinois Press.