แนวทางการประยุกต์ภูมิปัญญาการสร้างบ้านดินเพื่อการออกแบบสนามเด็กเล่นที่ส่งเสริมสุขภาพของเด็กปฐมวัย: กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านขว้างใหญ่ จังหวัดร้อยเอ็ด
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพชุมชน โรงเรียน และความต้องการในการสร้างสนามเด็กเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาสุขภาพของเด็กปฐมวัย 2) เพื่อหาแนวทางการประยุกต์ภูมิปัญญาการสร้างบ้านดินเพื่อออกแบบสนามเด็กเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาสุขภาพของเด็กปฐมวัย ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ มีขั้นตอนการดำเนินการประกอบด้วย การกำหนดพื้นที่ต้นแบบในการศึกษาวิจัย การสำรวจพื้นที่และเก็บข้อมูลภาคสนาม การวิเคราะห์ข้อมูล การสังเคราะห์ข้อมูลและการออกแบบ การพัฒนางานออกแบบขั้นสุดท้าย และการสรุปผลการวิจัยและอภิปรายผล ผลการวิจัย พบว่า 1) ชุมชนมีอาชีพหลักทำการเกษตรและอาชีพเสริมคือการทอผ้าฝ่ายที่สร้างรายได้ ได้มากกว่าอาชีพหลัก และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นชื่อของชุมชน ความต้องการในการสร้างสนามเด็กเล่น คือต้องการสนามเด็กเล่นที่ประหยัดงบประมาณในการสร้าง สามารถประยุกต์ภูมิปัญญาการทำบ้านดินโดยใช้วัสดุที่หาได้ในชุมชน ใช้งานแรงชาวบ้านในชุมชนมาร่วมกันสร้างได้ และส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้สมองเป็นฐาน 2) การหาแนวทางการประยุกต์ภูมิปัญญาการสร้างบ้านดินเพื่อการออกแบบสนามเด็กเล่นที่ส่งเสริมสุขภาพของเด็กปฐมวัย คือ ต้องคำนึงถึงการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน ประกอบด้วยองค์ประกอบของสนามเด็กเล่นที่ดี ได้แก่ สนามเด็กเล่นอเนกประสงค์ บ่อทราย บริเวณเงียบสงบ และสนามเด็กเล่นสมองเป็นฐาน 10 ฐาน นำเอาอัตลักษณ์ของชุมชน ซึ่งก็คือ ลวดลายของผ้าทอ ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯและลายสาเกตุ มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบลวดลายประดับตกแต่งสนามเด็กเล่น ใช้อุปกรณ์ที่เป็นไม้ไผ่และยางรถยนต์ที่หาได้จากโรงเรียนและชุมชนเป็นวัสดุหลักในการออกแบบตามข้อเสนอแนะของทางโรงเรียน ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง รวมเป็นเงิน 193,242.95 บาท
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
- ข้อความใดๆ ที่ปรากฎในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). คู่มือการขับเคลื่อนโครงการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่สถานศึกษา. สืบค้น 25 มิถุนายน 2569 จาก https://www.phetchabun1.go.th/2558/images/files/data_basic/ITA/O13/7Nithet/E10.pdf
ชิตินทรีย์ บุญมา และคณะ. (2559). คู่มือการจัดกิจกรรมทางกายเพื่อพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเด็กโดยใช้รูปแบบ “สนามเด็กเล่นโดยใช้หลักการเรียนรู้ของสมองเป็นฐาน”Brain-based learning (BBL) playgroud for children. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.).
ณัฐชานันท์ โชตินิรันตนานุกูล และฉัตรวรัญช์ องคสิงห. (2563). นวัตกรรมสังคมการเรียนรู้สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา. วารสารรังสิตบัณฑิตศึกษาในกลุ่มธุรกิจและสังคมศาสตร์. 6(2), 150-163.
ดวงนภา ศิลปะสาย. (2546). บ้านดิน: สถาปัตยกรรมทางเลือก กรณีศึกษา: บ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร. วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วนิดา หนุ่มสุข. (2559). ข้อพิจารณาในการออกแบบสนามเด็กเล่นรูปแบบธรรมชาติ. วิทยานิพนธ์ภูมิสถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต คณะสถาปัตยกรรม: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศุภชัย มนนามอญ และพรชัย เทพปัญญา. (2557). การประเมินผลประสิทธิภาพบ้านดินในท้องถิ่นชนบท. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 7(2), 62-79.
สิทธิพงษ์ เพิ่มพิทักษ์. (2554). เทคนิควิธีการสร้างบ้านดิน(Clay house build technique). วารสารวิชาการ ศิลปะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร (AJNU). 2(2), 93-102.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ. พิมพ์ครั้งที่1. กรุงเทพฯ: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). บทวิเคราะห์การพัฒนาการศึกษาอันเป็นผลมาจากสถานการณ์ โควิด-19. กรุงเทพฯ: บริษัท ทริปเพิ้ลกรุ๊ป จำกัด.
ส่งศรี พุทธเกิด. (2561). ผลของการเล่นในสนามเด็กเล่น BBL ที่มีต่อสมรรถภาพทางกายและความฉลาดทางการเคลื่อนไหวในนักเรียนระดับประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
อัธยานันท์ จิตรโรจนรักษ์ และมณฑล จันทร์แจ่มใส. (2564). การออกแบบสนามเด็กเล่นสำหรับเด็กปฐมวัย: กรณีศึกษาดรงเรียนบ้านม่วงฝ้าย จังหวัดสระบุรี. วารสารครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 49(2), 1-15.
KOMPAN Play Institute. (2024). Playground Sizes and Dimensions. Retrieved 21 June 2026 from https://www.kompan.com/en/int/planning/playground-sizes-and-dimensions
The National Association for the Education of Young Children. (2024). NAEYC Outdoor Learning Environments Guidelines. Retrieved 21 June 2026 from https://www. naeyc.org/sites/ default/files/globallyshared/downloads/PDFs/accreditation/early-learning/Playground%20tip%20sheet_0.pdf
UNICEF Thailand. (2021). Early Childhood Development 2022-2026. Retrieved 21 June 2026 from https://www.unicef.org/thailand/media/9671/file/UNICEF%20Thailand%20Country%20Programme%20ECD%20EN.pdf