การศึกษาเปรียบเทียบพัฒนาการการเกิดนิกายในพระพุทธศาสนา และศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาพัฒนาการการเกิดนิกายในพระพุทธศาสนา 2) ศึกษาพัฒนาการการเกิดนิกายในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และ 3) เปรียบเทียบพัฒนาการการเกิดนิกายในทั้งสองศาสนา การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร โดยศึกษาข้อมูลจากพระไตรปิฎก คัมภีร์ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ตลอดจนเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาวิเคราะห์เชิงพรรณนาและเชิงเปรียบเทียบ ผลการศึกษาพบว่า 1) การเกิดนิกายในพระพุทธศาสนาเป็นผลจากความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ประวัติศาสตร์ และความเห็นต่างด้านพระธรรมวินัยภายในคณะสงฆ์ รวมถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมและการเมือง ส่งผลให้เกิดนิกายสำคัญ ได้แก่ เถรวาท มหาสังฆิกะ และพัฒนาการสู่มหายาน แม้แต่ละนิกายจะมีแนวคิดและรูปแบบการปฏิบัติแตกต่างกัน แต่ยังคงตั้งอยู่บนหลักธรรมร่วมสำคัญ เช่น อริยสัจ 4 และปฏิจจสมุปบาท 2) ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูมีพัฒนาการจากความเชื่อของชนอารยันสู่ระบบพราหมณ์และศาสนาฮินดู โดยไม่มีศาสดากลางและมีลักษณะเปิดรับความหลากหลายทางความเชื่อ จึงก่อให้เกิดนิกายสำคัญ ได้แก่ ไวษณพ ไศวะ ศักติ และสมารตะ ซึ่งสะท้อนลักษณะพหุนิยมทางศาสนาอย่างชัดเจน 3) ผลการเปรียบเทียบพบว่า ทั้งสองศาสนามีปัจจัยการเกิดนิกายจากความแตกต่างด้านความเชื่อ การตีความคำสอน และบริบททางสังคมเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม พระพุทธศาสนามีการแตกนิกายอย่างเป็นระบบภายใต้โครงสร้างองค์กรสงฆ์ ขณะที่ศาสนาพราหมณ์-ฮินดูมีความยืดหยุ่นและเปิดกว้างต่อความหลากหลายมากกว่า ทั้งนี้ พัฒนาการของนิกายในทั้งสองศาสนาสะท้อนถึงพลวัตทางสังคม วัฒนธรรม และความคิดทางศาสนา ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการปรับตัวและการดำรงอยู่ของศาสนาในแต่ละยุคสมัย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
- ข้อความใดๆ ที่ปรากฎในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความ และข้อคิดเห็นนั้นไม่ถือว่าเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการวารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์
เอกสารอ้างอิง
ธนิต อยู่โพธิ์. (2511). อุดมคติอันแตกต่างกันระหว่างพระพุทธศาสนาฝ่ายหินยานกับฝ่ายมหายาน. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด 34.
ประยงค์ แสนบุราณ. (2548). พระพุทธศาสนามหายาน. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2553). กาลานุกรมพระพุทธศาสนาในอารยธรรมโลก. กรุงเทพฯ: สหธรรมิก.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2554). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. (พิมพ์ครั้งที่ 16). กรุงเทพฯ: สหธรรมิก.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สุชีพ ปุญญานุภาพ. (2539). พระไตรปิฎกฉบับสำหรับประชาชน. (พิมพ์ครั้งที่ 16). กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย.
Basham, A. L. (1989). The wonder that was India. Rupa & Co.
Easwaran, E. (2007). The Bhagavad Gita. (2nd ed.). Nilgiri Press.
Eggeling, J. (Trans.). (1900). The Śatapatha Brāhmaṇa. (Sacred Books of the East, Vols. 12, 26, 41, 43, 44). Oxford University Press.
Flood, G. D. (1996). An introduction to Hinduism. Cambridge University Press.
Griffith, R. T. H. (Trans.). (1896). The hymns of the Rigveda. E. J. Lazarus.
Lipner, J. J. (2009). Hindus: Their religious beliefs and practices. (2nd ed.). Routledge.
Lundskow, G. (2008). The sociology of religion: A substantive and transdisciplinary approach. SAGE.
Nelson, L. (2007). Introductory dictionary of theology and religious studies. Liturgical Press.
Radhakrishnan, S. (1996). The principal Upanishads. HarperCollins.
Whitney, W. D. (Trans.). (1905). Atharva-Veda Samhita (Vols. 1–2). Harvard University Press.