ผลกระทบของสื่อสังคมออนไลน์ต่อความสัมพันธ์ทางสังคมของเยาวชนไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
วิวัฒนาการของสื่อสังคมออนไลน์ในประเทศไทยมีจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจ โดยขยับขยายจากการสื่อสารในวงจำกัดสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมที่สำคัญในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ยุคแรกเริ่มนั้นความสัมพันธ์ทางสังคมในโลกเสมือนของเยาวชนไทยก่อตัวขึ้นผ่านแพลตฟอร์มกระดานสนทนา (Webboard) อย่าง Pantip หรือ Dek-D และโปรแกรมแชทอย่าง MSN Messenger ซึ่งเน้นการปฏิสัมพันธ์ด้วยตัวอักษรเป็นหลัก ต่อมาในช่วงปี พ.ศ. 2550 การเข้ามาของ Hi5 และ Facebook ได้ปฏิวัติรูปแบบการแสดงตัวตนด้วยการใช้รูปภาพและการระบุตัวตนที่ชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ความสัมพันธ์ทางสังคมเริ่มเปลี่ยนผ่านจากโลกกายภาพสู่โลกดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นปัจจัยที่ห้าของเยาวชนไทย คือการก้าวกระโดดของเทคโนโลยีโครงข่าย และการแพร่หลายของสมาร์ทโฟน (Smartphone) ที่ทำให้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเกิดขึ้นได้แบบเรียลไทม์ การเกิดขึ้นของแพลตฟอร์มที่เน้นเนื้อหาภาพและวิดีโอสั้นอย่าง Instagram และ TikTok ในช่วงเวลาต่อมา ไม่เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการบริโภคสื่อ แต่ยังสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม" (Participatory Culture) ที่เยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับสาร แต่กลายเป็นผู้สร้างเนื้อหา (Content Creator) เอง ความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ขอบเขตระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะพร่าเลือนลง และเริ่มส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างต่อรูปแบบความสัมพันธ์ในครอบครัวและกลุ่มเพื่อนอย่างมีนัยสำคัญ
ในปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นพื้นที่หลักในการสร้างอัตลักษณ์ทางสังคม (Social Identity) ของเยาวชนไทย โดยมีสถิติการใช้งานติดอันดับต้นๆ ของโลก อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่รวดเร็วนี้ได้นำมาซึ่งความท้าทายใหม่ ๆ ในมิติความสัมพันธ์ เช่น ภาวะความโดดเดี่ยวในโลกความเป็นจริงแต่พลุกพล่านในโลกออนไลน์ หรือปัญหาการเปรียบเทียบทางสังคม (Social Comparison) ที่นำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต ประวัติความเป็นมาของสื่อสังคมออนไลน์ในไทยจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่เป็นจดหมายเหตุความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมศาสตร์ที่สะท้อนถึงการปรับตัวของคนรุ่นใหม่ท่ามกลางกระแสธารของโลกาภิวัตน์ดิจิทัลที่ไม่อาจย้อนกลับได้
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. (2566). Smart social media : รู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์
อย่างสร้างสรรค์. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). รายงานสถานการณ์เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์การศึกษา.
คณาจารย์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2565). มนุษย์กับสังคม. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ณิชกุล เสนาวงษ์. (2564) การศึกษาพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของคนเจนเนอเรชั่นแซดในยุค New Normal ในกรุงเทพมหานคร. การค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสยาม.
ธนชาติ นุ่มนนท์. (2563). การปรับตัวของสังคมไทยในยุคโควิด-19. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พระครูสุตสารบัณฑิต (จำนง ผมไผ). (2567). ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและพฤติกรรมของเยาวชนในยุคดิจิทัล. วารสารกว๊านพะเยา, 1 (1), 44-55.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2554). ศัพท์บัญญัติเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน.
วรากรณ์ สามโกเศศ. (2563). สังคมไทยกับความปกติใหม่. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มติชน.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2560). สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ระดับมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานสถิติแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง. (2566). รายงานสถานภาพการเข้าใจดิจิทัลของประเทศไทย. กรุงเทพฯ : คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.)
สุรพล วิรุฬห์ศรี. (2563). การสื่อสารเพื่อความเข้าใจ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุภางค์ จันทวานิช. (2564). การสื่อสาร สื่อใหม่ และการรู้เท่าทันสื่อ. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สมคิด บางโม. (2562). หลักการสื่อสารระหว่างบุคคล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
สุพัตรา สุภาพ. (2554). สังคมวิทยา. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
อรวรรณ วงศ์แก้วโพธิ์ทอง. (2554). Social Media เครื่องมือเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ. วารสารนักบริหาร,
(4), 63-69.
อุดม โอษฐ์พิทักษ์. (2548). สังคมและวัฒนธรรมไทย. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
MacIver and Page (1965). Society. Macmillan and Company, London.