รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจันทบุรี ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2

Main Article Content

ภมร หลอดแพง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจันทบุรี ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2 มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการบริหารจัดการ 2) สร้างและตรวจสอบรูปแบบการบริหารจัดการ 3) ทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการ และ 4) ประเมินรูปแบบการบริหารจัดการ วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 4 ตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบันและแนวทางการบริหารจัดการ ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบรูปแบบ ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบ ขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาสภาพปัจจุบัน ได้แก่ ครูและบุคลากรทางการศึกษา 203 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น ผู้เชี่ยวชาญ 6 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการสร้างและตรวจสอบรูปแบบ ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองรูปแบบ ได้แก่ โรงเรียนในสังกัด 106 โรงเรียน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินรูปแบบ และแบบประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เนื้อหา และสรุปอุปนัย


ผลการวิจัยพบว่า


1) สภาพปัจจุบันการบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจันทบุรีในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.24)


2) รูปแบบที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ ทิศทางของรูปแบบ ระบบและกลไกของรูปแบบ วิธีการดำเนินงานของรูปแบบ แนวทางการประเมินผลรูปแบบ และเงื่อนไขการนำรูปแบบไปใช้


3) ผลการทดลองใช้รูปแบบพบว่า ผลลัพธ์ในทุกด้านโดยรวมอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด โดยคุณลักษณะผู้เรียนด้านความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย อยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.64) สมรรถนะครูในการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมาก ( = 4.12) สมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.58) ประสิทธิภาพของรูปแบบการบริหารจัดการอยู่ในระดับมาก ( = 4.11)


4) ผลการประเมินรูปแบบการบริหารจัดการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.36)

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
หลอดแพง ภ. . (2026). รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจันทบุรี ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2. วารสารนิสิตวัง, 28(1), 43–55. สืบค้น จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jonw/article/view/293818
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ขำ แสงจันทร์. (2561). การวิจัยและพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาโดยเสริมสร้างพลังอำนาจชุมชน เพื่อสร้างอาชีพในโครงการโรงเรียนดีประจำตำบล. วารสาร มนุษย์ศาสตร์ สังคมศาสตร์และศิลปะ มหาวิทยาลัย

ศิลปากร, 11 (3), 1546-1563.

ทิณกรณ์ ภูโทถ้ำ. (2568). การพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์และวิชาหน้าที่พลเมืองด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

มัธยมศึกษาพระนครศรีอยุธยา. วารสารครุศาสตรปริทรรศน คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 12 (1), 388-404.

ทัศนีย์ รัตนสุวรรณ. (2560). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานของสถานศึกษาเอกชนขั้นพื้นฐานที่มีประสิทธิผล. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.

พระณรงค์วิชิต (เลื่อน ณ นคร). (2554). จดหมายเหตุร.ศ. 112/พระณรงค์วิชิต (เลื่อน ณ นคร). นนทบุรี : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

เพ็ญผกา กาญจโนภาส. (2560). การพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์

ในพระบรมราชูปถัมภ์, 12 (1), 161-168.

ภควัต โอวาท. (2565). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการศึกษาโดยใช้วิธีดุลยภาพสำหรับโรงเรียนในสังกัด

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

ภัทรจิตติ บุรีเพีย และคณะ. (2561). คุณภาพการจัดการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน. วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์,

(2), 237-250.

มนตรา ฟักมงคล. (2562). รูปแบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน

โรงเรียนราชานุบาล สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 1. กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.

ลดา รุธิรกนก. (2557). จันทบุรีในประวัติศาสตร์ชาติไทย. มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

วิภาภรณ์ สร้อยคำ. (2560). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนเอกชน

สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในจังหวัดสกลนคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหา

บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

สมบัติ นาหลวง. (2564). การบริหารด้วยวงจรคุณภาพ PDCA ของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานตามมาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2568). นโยบายการจัดการศึกษาตามพระบรมราโชบาย.

กรุงเทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2. (2567). รายงานผลการนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ปีการศึกษา 2566. จันทบุรี : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ประถมศึกษาจันทบุรี เขต 2.

สุกันยามาศ มาประจง. (2561). การพัฒนารูปแบบการบริหารการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาค 13. วารสารชุมชนวิจัย, 15 (1), 250-263.

สุภัค พวงขจร. (2561). การพัฒนารูปแบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานด้วยวิธีการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์. วารสารวิจัยการพัฒนาชุมชน (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 11 (3), 115-123.

สุวรรณี กันทะปิง. (2562). แนวทางการบริหารการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียนบ้านแม่กอนในอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.

อดุลย์ ภูปลื้ม. (2567). รูปแบบการขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของสำนักงานเขต

พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก อุตรดิตถ์. เพชรบูรณ์ : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา.

Bryson, J. M. (2011). Creating your strategic plan : A workbook for public and nonprofit organizations. San Francisco : Jossey-Bass.

Deming, W. E. (2004). Out of the crisis. 2nd ed. MIT Press.

Gorley, J. T. (2013). The importance of local history education in Texas public schools.

Doctoral dissertation, Texas A&M University.

Krejcie, R. V., and Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities.

Educational and Psychological Measurement, 30 (3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308.

Lunenburg, F. C. (2008). Educational administration : Concepts and practices. 5th ed. Wadsworth Publishing.

Wilke, M. (2023). Local history and heritage education in the digital age : A systematic review. Journal of Heritage Education, 8 (1), 61–81. https://doi.org/10.1080/17567758.2023.2165432.