Development of Community Constitution to Solve the Problems of Chemicals Use among Farmers in the Upper Lam Phataw River Basin, Chaiyaphum Province
Main Article Content
Abstract
The purposes of this research article were 1) to study farmers' chemicals use behavior; and 2) to study the factors of success in preparation of community constitution. This was a mixed-methods research. For quantitative study, the sample was 5,743 household heads or household representatives in the Tha Hin Ngom Subdistrict Administrative Organization, Mueang Chaiyaphum District, Kao Ya Di Subdistrict Administrative Organization, Kaeng Khro District, and Tha Mafai Wan Subdistrict Administrative Organization, Kaeng Khro District, Chaiyaphum Province. The sample size was calculated using the Krejcie & Morgan formula, resulting in a representative sample of 360. A questionnaire with an alpha reliability of 0.80 was used to collect data. Data were collected using simple random sampling. Statistics used for data analysis included percentage, and the results were presented in tables. Qualitative research used semi-structured interviews with 80 key informants. Data were analyzed by generating conclusions. The research results found that 1) the chemicals use behavior of farmers in the upper Lam Pathao River Basin can be summarized as follows: 1.1) farmers' behavior in using chemicals and contact with agricultural chemicals showed that 84.40% of farmers used chemicals, and 70.28% of farmers preferred to use liquid chemicals; 1.2) the most common behavior of farmers in using pesticides was following the instructions on the chemicals container labels, 99.70 percent, 1.3) farmers chose chemicals because they found them convenient and time-saving, 1.4) farmers reduced chemicals use behavior by using natural and local ingredients, and 1.5) in terms of responsible behavior in using chemicals, farmers followed the instructions on the chemicals labels to prevent impacts on health and the environment; 2) success factors in preparation of community constitution to solve the problems of farmers' chemicals use included problems arising from chemicals use, changing the mindset of leaders, participation, acceptance and compliance with the democratic process, flexibility, networking, support from relevant agencies, and perceived ownership of the community constitution.
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงพิมพ์กับวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นข้อคิดเห็น และความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
2. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิจยวิชาการ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิจยวิชาการ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อการกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวิจยวิชาการก่อนเท่านั้น
References
กานต์จวรรณ วงศ์ศักดิ์. (2560). การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกรทำนา อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด. (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาชีววิทยาศึกษา). คณะวิทยาศาสตร์ : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) (2566). Amazing Thailand. เขื่อนลำปะทาว. เข้าถึงได้จาก https://thai.tourismthailand.org/Attraction/
จินดารัตน์ โพธิ์นอก. (2558). การนำนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพไปปฏิบัติ: กรณีธรรมนูญสุขภาพเฉพาะพื้นที่. (วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ). คณะรัฐศาสตร์ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ชลธิชา สุพรรณนาลัย, ศิวิภา คำลอย และสุธีรา พฤกษศิริกุล. (2566). ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการจัดทำธรรมนูญสุขภาพเพื่อยกระดับสุขภาวะเขตเมือง: การศึกษาเพื่อสร้างทฤษฎีฐานราก. ใน การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ และระดับชาติ ราชภัฏวิจัย ครั้งที่ 7 (น.31-32). สกลนคร : มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
ธัญณ์ณภัทร์ เจริญพานิช และเพ็ญพร ตั้งปฏิการ. (2563). ธรรมนูญชุมชน: เครื่องมือของการพัฒนาประชาธิปไตยชุมชน กรณีศึกษาจังหวัดพิษณุโลก. Rajabhat J. Sci. Humanit. Soc. Sci, 20(1), 128-140.
มนัสพงษ์ กลิ่นจำปา และดาริวรรณ เศรษฐีธรรม. (2562). พฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร ตำบลป่าไม้งาม อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา, 25(2), 26-34.
พิมพ์ลดา ภิรมย์จิตร และสุชาดา ภัยหลีกลี้. (2557). ความรู้และพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรบ้านนนาเหล่า อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู. วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน, 2(3), 299-309.
เพ็ญแข แสงแก้ว. (2541). การวิจัยทางสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วงเดือน พระนคณ, พิชญ์สินี แสนเสนยา และอรรถพล ศรีประภา. (2564). การสร้างธรรมนูญสุขภาพสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตแบบบูรณาการ. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 3(2), 253-268.
วราพร วันไชยธนวงค์ และคณะ. (2560). การพัฒนาและขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่. วารสารสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ สาขาภาคเหนือ, 23(1), 43-53.
วสุพล วรภัทรทรัพย์. (2564). การขับเคลื่อนธรรมนูญชุมชนเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของชุมชนยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม. (วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาสังคม). บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สมนึก หนูเงิน. (2557). กระบวนการจัดการธรรมนูญลุ่มน้ำภูมีสู่การปฏิบัติ กรณีศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบลท่าชะม่วง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา. ใน การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 5 (น. 1658-1667). สงขลา : มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.
สลิลทิพย์ เชียงทองและ อินทิรา วิทยสมบูรณ์. (2556). ทำ : ธรรมนูญประชาชนเพื่อการจัดการตนเอง. กรุงเทพฯ : สำนักงานปฏิรูป (สปร.).
สัมพันธ์ เตชะอธิก. (2555). การพัฒนาความเข้มแข็งขององค์กรชาวบ้าน. กรุงเทพฯ : เจริญวิทย์การพิมพ์.
องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ. (2567). 14 ปี ธรรมยาตราลุ่มน้ำลำปะทาว. เข้าถึงได้จาก https://www.chpao.org/news/367