ภูมินามพื้นบ้าน : ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นกับวรรณกรรม พื้นบ้านในเขตภาคเหนือตอนบน
Keywords:
Indigenous place name, Local Historical, Folk literature, Discourse, IdentityAbstract
This study considers the local history and folk literature that appeared in the indigenous place name of village or some sacred areas in the northern region of the country. The indigenous place name reflects the way in which indigenous people ideology about culture, its meaning and close relationship with their communities. Local history has been part of an ideological movement to fight for a meaning and social space of local communities and against the domination of a mechanics of centralized governance, religion, media, and modern education. These mechanics has degenerated the local community’s integrity, values, and social meaning. The place name of many villages has been distorted from its original meaning. This could result in a loss of local history for the communities to have their own narrative of identity for the next generation. The findings reveal that the communities in the upper north Thailand were named after a variety of contexts including topography (Ban Den, Ban Don, Ban San Pa Sak, Ban Huai Kiang, Ban Thung Khao Nao, Ban Pa Phai), influence of folk literature (Ban Ya Phai, Ban Saluang, Ban Phra Non, Ban Langka), craftsmanship specialization (Ban Chang Khong, Ban Chang Taem, Ban Wua Lai, Ban Roi Phom), local heroism (Ban San Taphap), ethnicity (Ban Mon, Ban Rong Meng, Ban San Na Meng), and dominant characteristic (Ban Bo Sang, Ban Nam Bo Luang, Ban Bo Khang). The original name place of many villages was replaced with a new one which simply carries a distorted meaning or makes no sense. A new version of narrative about the communities’ history was invented to replace the original one. When the cultural diversity of the indigenous communities has been dominated, it means the degradation of their dignity and autonomy. This can lead to the weakening of autonomy of nation states. Raising awareness and confidence in the indigenous communities to realize their power and dignity is a means to strengthening the nation state and coexisting on the basis of cultural diversity.
Downloads
References
คณะอนุกรรมการตรวจสอบและชำระตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่. ๒๕๓๘, ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ ฉบับเชียงใหม่ ๗๐๐ ปี, เชียงใหม่: ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และศูนย์วัฒนธรรม สถาบันราชภัฎเชียงใหม่.
จิตร ภูมิศักดิ์. ๒๕๔๘, ศัพท์สันนิษฐานและอักษรวินิจฉัย, โครงการสรรพนิพนธ์จิตรภูมิศักดิ์, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน.
ฉัตรชัย พงศ์ประยูร. ๒๕๓๖, การตั้งถิ่นฐานมนุษย์ทฤษฎีและแนวปฏิบัติ, กรุงเทพฯ: ภาควิชาภูมิศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฉัตรทิพย์ นาถสุภา. ๒๕๒๗, เศรษฐกิจหมู่บ้านไทยในอดีต, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์สร้างสรรค์.
ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์. ๒๕๓๙, เชิงอรรถวัฒนธรรม, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิภาษา.
ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร. ๒๕๔๒, วาทกรรมการพัฒนา: อำนาจ ความรู้ ความจริง เอกลักษณ์และความเป็นอื่น, กรุงเทพฯ: วิภาษา.
ธงชัย วินิจจะกูล. ๒๕๓๔, รายงานโครงการวิจัยเสริมหลักสูตรเรื่อง วิธีการศึกษาประวัติศาสตร์แบบวงศาวิทยา (Genealogy), คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เธียรชาย อักษรดิษฐ์. ๒๕๕๒, ตำนานพระเจ้าเลียบโลก: การศึกษาพื้นที่ทางสังคมและวัฒนธรรม ล้านนา ภูมินาม ตำนาน ผู้คน, เชียงใหม่: บริษัทธารปัญญา จำกัด.
ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล (บก.), ๒๕๔๖, “โลกศักดิ์สิทธิ์กับโลกสามัญในชีวิตทางสังคม” เจ้าแม่ คุณปู่ ช่างซอ ช่างฟ้อนและเรื่องอื่นๆ ว่าด้วยพิธีกรรมและนาฏกรรม, กรุงเทพฯ:, ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร.
ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี (บรรณาธิการ), ๒๕๔๖. อัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ และความเป็นชายขอบ, หนังสือรวมบทความจากการประชุมประจำปีทางมานุษยวิทยา ครั้งที่ ๑ เรื่อง “คนมองคน: นานาชีวิตในกระแสการเปลี่ยนแปลง, กรุงเทพฯ: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร.
มูลนิธิสารานุกรมวัฒนธรรมไทย ธนาคารไทยพาณิชย์. ๒๕๔๒, สารานุกรมวัฒนธรรมไทย ภาคเหนือ, กรุงเทพฯ: บริษัทสยาเพรส แมเนจเมนท์ จำกัด.
ยงยุทธ ชูแว่น. ๒๕๕๑, ครึ่งศตวรรษแห่งการค้นหาและเส้นทางสู่อนาคตประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไทย, กรุงเทพฯ: สำนักงานสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
รังสรรค์ จันต๊ะ. ๒๕๕๒, บ้าน โหล่ง และเมือง: เขตความสัมพันธ์บนฐานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมชุมชนในแอ่งเชียงใหม่–ลำพูน ตอนบน, โครงการวิจัยเขตเศรษฐกิจวัฒนธรรมภาคเหนือตอนบน, เชียงใหม่, บริษัท
ธารปัญญาจำกัด.
วสันต์ ปัญญาแก้ว, ๒๕๕๐. “เสียงไตลื้อ: การเดินทาง/เคลื่อนที่ของพลเมืองลื้อสิบสองปันนา” ใน สังคมศาสตร์: ศาสนา ชาติพันธุ์และการพัฒนาระดับภูมิภาคในเขตลุ่มนํ้าโขง, วารสารทางวิชาการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปีที่ ๑๙ ฉบับที่ ๒/๒๕๕๐, เชียงใหม่: ห้างหุ้นส่วนสามัญ โคขยัน มีเดียทีม.
ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. ๒๕๕๑, ชื่อบ้านนามเมืองในกรุงเทพฯ, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มติชน.
ศิราพร ณ ถลาง. ชนชาติไทในนิทาน: แลลอดแว่นคติชนและวรรณกรรมพื้นบ้าน, ๒๕๔๕, กรุงเทพฯ: ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ, สำนักพิมพ์มติชน.
สมโชติ อ๋องสกุล. ๒๕๔๖, (เอกสารอัดสำเนา), รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยประวัติศาสตร์ชุมชนในเชียงใหม่: การสร้างประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, ทุนอุดหนุนการวิจัย สกว.
สมพงศ์ วิทยศักดิ์พันธุ์. ๒๕๔๑, ถิ่นที่อยู่คนไทยในจังหวัดเชียงใหม่. เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สรัสวดี อ๋องสกุล. ๒๕๕๓, ประวัติศาสตร์ล้านนา. กรุงเทพฯ : บริษัทอมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด.
Bascom R. Williem, 1965. “Four Functions of Floklore” In Dundes Alan (ed.). The Study of Folklore. (New Jersey : Prentice–Hall,) pp.281–282.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2015 สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ใน “วารสารข่วงผญา” ถือเป็นลิขสิทธิ์ของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
2. เนื้อหาบทความที่ปรากฏในวารสารเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใดๆ
