ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อการพัฒนารากฐานท้องถิ่นที่เข้มแข็งและยั่งยืน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น แนวทางการศึกษาและการประยุกต์ใช้ 2) เพื่อศึกษาบทเรียนจากท้องถิ่นอีสานในการนำประวัติศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาเอกสาร ผลการศึกษาพบว่า ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นคือ การศึกษาประวัติศาสตร์ที่คำนึงถึงผู้คนในชุมชนท้องถิ่นไม่ใช่เน้นที่บุคคลสำคัญระดับชาติ เป็นประวัติศาสตร์ที่เน้นความหลากหลายที่ไม่ได้มองแต่ศูนย์กลางอำนาจการปกครอง การศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นให้ความสำคัญต่อตำนานเรื่องราวปรัมปรา ในฐานะที่เป็นความเชื่อและการบอกต่อของคนท้องถิ่น และการให้ความสำคัญกับคนในท้องถิ่นในฐานะผู้เล่าเรื่อง (Oral History) โดยมีวิธีการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นคือ 1) การกำหนดเป้าหมายหรือประเด็นที่จะศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น 2) การทบทวนวรรณกรรมและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง 3) การสัมภาษณ์เชิงลึกและการสนทนากลุ่ม เพื่อแสวงหาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น 4) การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ตีความข้อมูลและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ 5) การนำเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น 6) การใช้ประโยชน์จากประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ทั้งนี้บทเรียนการนำประวัติศาสตร์มาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่นอีสานมีหลายมิติด้วยกันได้แก่ 1) การใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อการสร้างความตระหนักและสำนึกรักท้องถิ่น 2) การใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อการต่อสู้กับอำนาจรัฐและทุนภายนอก 3) การใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เพื่อเสริมสร้างการท่องเที่ยวโดยท้องถิ่น และ 4) การใช้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเพื่อเสริมสร้าง การศึกษาของคนในท้องถิ่น
Article Details
@ 2020 King Prajadhipok's Institute The Government Complex Commemorating All Right Reserved.
เอกสารอ้างอิง
โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์และคณะ. (2559). วิถีชุมชนเครื่องมือ 7 ชิ้นที่ทำให้งานชุมชนง่ายได้ผลและสนุก. นนทบุรี: สุขศาลา.
ฉลอง สุนทราวาณิชย์. (2539). การเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมในเอเชียตะวันออก เฉียงใต้หลังการเข้ามาของระบบอาณานิคม. เอเชียปริทัศน์ ปีที่ 7 ฉบับที่ 2.
ณรงค์ฤทธิ์ สุมาลี. (2557). เจ้าแม่สองนาง : การสร้างความหมายของความเชื่อและบทบาทการเสริมพลังท้องถิ่น. วารสารวิชาการแพรวากาฬสินธุ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์. 1(2). 32-36.
ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์. (2542). การเขียนประวัติศาสตร์ลาวในหนังสือแบบเรียนลาว. มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์.
ดารารัตน์ เมตตาริกานนท์. (2548). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. ขอนแก่น. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
เติม วิภาคย์พจนกิจ. (2557). ประวัติศาสตร์อีสาน. พิมพ์ครั้งที่ 5. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ทวีศิลป์ สืบวัฒนะ. (2554). แนวคิดและแนวทางการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: อินทนิล.
ธิดา สาระยา. (2529). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น: ประวัติศาสตร์สัมพันธ์กับสังคมมนุษย์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์เมืองโบราณ.
นฤดม ทิมประเสริฐ. (2554). กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ตั้งอยู่บนฐานของสิทธิชุมชนในการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นทางทะเล กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่. ปีที่ 4 ฉบับที่ 2 พฤศจิกายน-ธันวาคม.
บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2548). การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน Sustainable Tourism Development. กรุงเทพฯ. ศูนย์วิชาการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย.
ปฐม หงส์สุวรรณ. (2557). ดงภูดิน : เรื่องเล่าศักดิ์สิทธิ์กับปฏิบัติการสร้างความหมายว่าด้วยสิทธิชุมชน. Journal of Mekong Societies. ปีที่ 10 ฉบับที่ 3 กันยายน-ธันวาคม.
ประเวศ วะสี. (2545). พลังท้องถิ่นในกระแสความเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม. ใน สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ. พลังท้องถิ่นในกระแสความเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม. กรุงเทพฯ. กระทรวงวัฒนธรรม.
พิเนตร ดาวเรือง. (2552). กระบวนการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อย่างมีส่วนร่วมเพื่อการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดพุทธมงคล ตำบลคันธารราษฎร์ อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ยงยุทธ ชูแว่น. (2551). ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นไทยว่าด้วยความเป็นมาสถานภาพแนวคิดวิธีการศึกษาและบทบาทในสังคมปัจจุบัน. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
เยาวภา ประคองศิลป์. (2542). ถึงเวลาหรือยังที่คนในท้องถิ่นควรให้ความสนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. วารสารศูนย์บริการวิชาการ. ปีที่ 7 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม-กันยายน 2542.
ศรีศักร วัลลิโภดม. (2533). แอ่งอารยธรรมอีสาน แฉหลักฐานโบราณคดี พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ไทย. กรุงเทพฯ: บริษัท พิฆเณศ พริ้นท์ติ้ง เซ็นเตอร์ จำกัด.
ศรีศักร วัลลิโภดม. (2551). พิพิธภัณฑ์และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น : กระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน. กรุงเทพฯ: มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์.
ศรีศักร วัลลิโภดม. (2557). ปฏิบัติการประวัติศาสตร์ท้องถิ่น. วลัยลักษณ์ ทรงศิริ (บรรณาธิการ). กรุงเทพฯ: มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธ์.
สถาบันพระปกเกล้า. (2557). รางวัลพระปกเกล้า’ 57. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยพัฒนาการปกครองท้องถิ่น สถาบันพระปกเกล้า.
สุเทพ สุนทรเภสัช. (2548). มานุษยวิทยากับประวัติศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: วิริยะธุรกิจ.
สุนทรชัย ชอบยศ. (2561). ตามรอย...ญาครูขี้หอม (เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก): ผู้นำทางการเมืองที่ทรงอิทธิพลในลุมน้ำโขง. กรุงเทพฯ: ศูนย์ญาครูขี้หอมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น.
อรรถ นันทจักร. (2535). ประวัติศาสตร์และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอีสาน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม.
อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์. (2558). ข้อเสนอในการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น : ประวัติศาสตร์ชุมชนท้องถิ่นภาคเหนือ. ใน ธนาพล ลิ่มอภิชาติและ สุวิมล รุ่งเจริญ (บรรณาธิการ). เจ้าพ่อประวัติศาสตร์จอมขมังเวทย์ รวมบทความประวัติศาสตร์ในโอกาสครบรอบ 60 ปีฉลอง สุนทราวาณิชย์. กรุงเทพฯ: ศยาม.
อานันท์ กาญจนพันธุ์. (2560). ประวัติศาสตร์สังคมล้านนา : ความเคลื่อนไหวของชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น. พิมพ์ครั้งที่ 2. พิษณุโลก : รัตนสุวรรณการพิมพ์.
เอนก เหล่าธรรมทัศน์. (2560). เมืองนิยม เมืองของไทยคือบ้านของเรา. นนทบุรี : ศูนย์ศึกษาเมืองและมหานคร มหาวิทยาลัยรังสิต.
เอนก เหล่าธรรมทัศน์. (2557). แปรถิ่นเปลี่ยนฐาน : สร้างการปกครองท้องถิ่นให้เป็นรากฐานของประชาธิปไตย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เอนก เหล่าธรรมทัศน์ และอัครเดช สุภัคกุล. (2557). ล้านนานิยม : เค้าโครงประวัติศาสตร์เพื่อความรักและภูมิใจในท้องถิ่น. ปทุมธานี : มหาวิทยาลัยรังสิต.
ศรีศักร วัลลิโภดม. (2561). มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์. (ออนไลน์). เข้าถึงวันที่ 19 กันยายน 2561. จาก http://lek-prapai.org/home/about.php
Lynn Abrams. (2016). Oral History Theory. Second edition. New York : Routledge.