การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาหลังโควิด 19 ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่

Main Article Content

พรพรรณ สัตถาภรณ์
จุติพร อัศวโสวรรณ
นพรัตน์ ชัยเรือง

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาหลังโควิด 19, 2) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของสถานศึกษา, 3) เพื่อศึกษาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาหลังโควิด 19 ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา และ 4) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาหลังโควิด 19 ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 424 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นโดยการวิเคราะห์ด้วยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบัคได้ค่าเท่ากับ 0.981 และแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า 1) การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาหลังโควิด 19 โดยรวมอยู่ในระดับมาก,  2) ประสิทธิผลของสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมาก, 3) การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาหลังโควิด 19 ทั้ง 3 ด้าน คือ การไว้วางใจกัน  ความยึดมั่นผูกพัน และด้านการตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ร่วมกัน สามารถร่วมกันพยากรณ์ผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกมัธยมศึกษาตรัง กระบี่ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 4) แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วม ของผู้บริหารสถานศึกษาหลังโควิด 19 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ พบว่า ด้านการตั้งเป้าหมายและวัตถุประสงค์ร่วมกัน ผู้บริหารควรประชุมปรึกษากันเพื่อกำหนดวัตถุประสงค์ สร้างความชัดเจนและเสริมแรงจูงใจในการปฏิบัติงานการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานและเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้ครูและบุคลากรร่วมสร้างวิสัยทัศน์ในการปฏิบัติงานเพื่อให้มีทักษะการสื่อสารที่ทำให้ครูและบุคลากรให้ความร่วมมือกัน 

Article Details

ประเภทบทความ
Research Articles

เอกสารอ้างอิง

กนกวรรณ บุราณสาร. (2560). แนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมสำหรับสถานศึกษาสังกัด

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต 3. วิทยานิพนธ์บ

ปริญญามหาบัณฑิตมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

กัญวัญญ์ ธารีบุญ. (2557). การบริหารแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานเป็น

ทีมของผู้บริหารสถานศึกษาเอกชนระดับปฐมวัย. วิทยานิพนธ์ปริญญา

มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

จิตรา แก้วมะ. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารกับ

ประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่

การศึกษาประถมศึกษาสกลนครเขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหา

บัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

ชาฤนีเหมือน โพธิ์ทอง. (2554). การบริหารแบบมีส่วนร่วมกับการทำงานเป็นทีมของ

พนักงานครูในสถานศึกษา สังกัดเทศบาลกลุ่มการศึกษาท้องถิ่นที่ 1.

วารสารการบริหารการศึกษามหาวิทยาลัย ศิลปากร, 2(2),

-200.

ธร สุนทรายุทธ. (2551). การบริหารจัดการเชิงปฏิรูป ทฤษฎีวิจัยและการปฏิบัติการทาง

การศึกษา. กรุงเทพฯ : เนติกุลการพิมพ์.

นิเวศน์ วงศ์สุวรรณ. (2560). การบริหารแบบมีส่วนร่วม. วารสารมหาจุฬาวิชาการ ปีที่ 4

ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน, 2560, 176.

นุชนาถ สอนสง และ สงวน อินทร์รักษ์. (2561).การบริหารแบบมีส่วนร่วมของกลุ่มเครือข่าย

ส่งเสริมประสิทธิภาพ การจัดการมัธยมศึกษา. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยสวนดุสิต, 14(1), 115-132.

ปาริชาต สมใจ. (2556). อิทธิพลของภาวะผู้นำตามสถานการณ์ของผู้บริหารสถานศึกษาต่อ

ประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานงคณะกรรมการการศึกษาขั้น

พื้นฐาน. วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ภารดี อนันต์นาวี. (2553). หลักการแนวคิดทฤษฏีทางการบริหารการศึกษา (พิมพค์รั้งที่ 3).

ชลบุรี : มนตรี.

ราม เรือนทองดี. (2564). รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของครูที่ส่งผลต่อประสิทธิผล

ของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัด

พระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์บปริญญามหาบัณฑิตมหาบัณฑิต,

มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ลัดดา อ่ำสะอาด. (2555). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผลองค์การของโรงเรียนเอกชน ใน

กรุงเทพมหานคร. ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัย

ราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, กรุงเทพฯ.

ฤทัยรัตน์ ปัญญาสิม และดวงใจ ชนะสิทธิ์. (2560). การบริหารงานแบบมีส่วนร่วมที่ส่งผลต่อ

ประสิทธิผลการบริหารสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา

มัธยมศึกษา เขต 9. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย. 9 (1), 299-313.

วันเพ็ญ บุรีสูงเนิน. (2552) ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

เขตพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก. มหาวิทยาลัยศิลปากร/นครปฐม.

DOI :https://doi.nrct.go.th/ListDoi/listDetail?Resolve_DOI=10.14

วิบูลอร นิลพิบูลย์. (2563). การบริหารแบบมีส่วนร่วมกับประสิทธิผลของโรงเรียนสังกัด

สำนักงาน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วิระ บุตรฤทธิ์, จรัส อติวิทยาภรณ์ และ สุดาพร ทองสวัสดิ์. (2566). การบริหารแบบมีสวน

ร่วมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการเกิดองค์การแห่งการเรียนรู้ใน

ยุควิถีชีวิตใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา

สตูล. Journal of Management and Local Innovation, 5(2), 83-98.

สมุทร ชำนาญ. (2556). ความฉลาดทางวัฒนธรรม: ปัจจัยเพื่อความเข้าใจมนุษย์สำหรับ

ผู้บริหาร.

สิทธิพร ประวัติรุ่งเรือง, & ภารดี อนันต์นาวี. (2566). รูปแบบการบริหารการเปลี่ยนแปลง

แบบพลิกผันของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

มัธยมศึกษา ภาคตะวันออก. Journal of Roi Kaensarn Academi.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2554). แนวการจัดการเรียนรู้สู่ประชาคม.

อาเซียน.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนยุทธศาสตร์สำนักงานเลขาธิการสภา

การศึกษา (พ.ศ.2559–2564). กรุงเทพมหานคร. บริษัท

พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.

เอกชัย ค้าผล. (2558). การบริหารระบบคุณภาพที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนสังกัด

สำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษานครปฐม เขต 1. วิทยานิพนธ์

ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร.

Argyris, C. (1964). T-groups for organizational effectiveness.

Harvard Business Review.

Hoy, W. K., & Ferguson, J. (1985). A theoretical framework and exploration of

organizational effectiveness of schools. Educational

Administration Quarterly, 21(2), 117-134.

Hoy, W. K., & Miskel, C. G. (2008). School effectiveness. Educational

administration: Theory, research, and practice, 299-308.

Malekzadeh, A. R., & Nahavandi, A. (1990). Making mergers work by managing

cultures. Journal of Business Strategy, 11(3), 55-57.

Morgan, K. (1970). Sample size determination using Krejcie and Morgan

table. Kenya Projects Organization (KENPRO), 38, 607-610.

Whang, N. Y. (1993). Individual openness, rational argumentation,

organizational learning culture and a group's ability to reach

consensus for problem-solving in school settings. The Ohio

State University.