แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2

Main Article Content

นัธน์ชนัน วรัมมานุสัย
ศุภธนกฤษ ยอดสละ
นวรัตน์วดี ชินอัครวัฒน์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของภาวะผู้นำเชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 2 2) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต2 กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา จำนวน 35 คน และครู จำนวน 301 คน รวม 336 คน ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Sampling) ตามขนาดของสถานศึกษา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น ผลวิจัยพบว่า  1. สภาพปัจจุบันของภาวะผู้นำเชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษาพบว่า โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าทุกด้านอยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน และสภาพที่พึงประสงค์ของภาวะผู้นำเชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุดและเรียงลำดับความต้องการจำเป็นจากมากไปหาน้อย 4 ลำดับแรก ได้แก่ 1) ด้านการมีวิจารณญาณ 2) ด้านการมีจินตนาการ 3) ด้านการมีความมุ่งมั่นที่เป็นอิสระ 4) ด้านการรู้จักตนเอง 2. ผลการพัฒนาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษาพบว่า มีจำนวน 4 ด้าน ประกอบด้วย 1) การรู้จักตนเอง 2)การมีจินตนาการ 3) การมีวิจารณญาณ 4) ด้านการมีความมุ่งมั่นที่เป็นอิสระ แนวทางการพัฒนา 20 แนวทางย่อย และ 4 วิธีการพัฒนา การเรียนรู้จากการปฏิบัติงาน กระบวนการของชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ  การอบรมและการเรียนรู้ด้วยตนเอง

Article Details

ประเภทบทความ
Research Articles

เอกสารอ้างอิง

กีรติ ภู่ทอง. (2558). ภาวะผู้นำเชิงรุกของผู้บริหารโรงเรียนที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน

ขยายโอกาสทางการศึกษาขนาดใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

ปทุมธานี เขต 1. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา. 12(1): 22.

เกียรติศักดิ์ โพธิกนิษฐ์. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงรุกกับประสิทธิภาพการทำงาน

ของพนักงาน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. 4 (3): 15.

จีรนันท์ ปัญญาสาร. (2566). แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำแบบสอนงานของผู้บริหารสถานศึกษา

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.

ณัฐฏิกานต์ ศรีโภคา. (2565).“ภาวะผู้นำเชิงรุกของผู้บริหารที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร”. วารสารบัณฑิตศึกษา

มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ปีที่ 17 ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน 2567 : 66

ธีระพงศ์ ธนเจริญรัตน์. (2553). หลักสูตรการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารอู่กลางการประกันภัย.

บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

นิภาพร แสนเมือง. (2557). การพัฒนาตัวบ่งชี้ภาวะผู้นำเชิงรุกของผู้บริหารโรงเรียนขยายโอกาส

ทางการศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ

มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. 2(1): 29.

ปฐมมาศ โชติบัณและคณะ. (2550). อุปนิสัยเชิงรุกของนักศึกษาพยาบาลที่ขึ้นฝึกปฏิบัติวิชาการ

บริหารการพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสงขลา. สงขลา: วิทยาลัยพยาบาล

บรมราชชนนี.

วิโรจน์ สารรัตนะ. (2555). แนวคิด ทฤษฎี และประเด็นเพื่อการบริหารการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 8.

กรุงเทพฯ : ทิพย์วิสุทธิ์.

สุชีรา จันทพรม .(2553). การศึกษาอิทธิพลภาวะผู้นำเชิงรุกของผู้บริหารที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน

ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยบูรพา.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ

(2560-2579) กรุงเทพฯ: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด

Balaam’s, A. (2006). Toward Proactive Leadership in Libraries. Journal Library

Administration and Management., 20(1) : 30–32.

Covey S.R. (2004). The seven habits of highly effective people. New York:

Simon and Schuster.

Danielson, C. (2006) “Teacher Leadership That Strengthens Professional

Practice” Association for Supervision and Curriculum Development.

(2) : 800 – 933

Maxwell, J. C. (2011). The 21 Indispensable Qualities of a Leader. New York :

Maxwell Motivation.