การเรียบเรียงบทเพลงเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง ร่างกายของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง ร่างกาย หลังเรียนโดยใช้บทเพลงในการจัดการเรียนรู้กับการจัดการเรียนรู้แบบปกติ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และเพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ต่อการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ เรื่อง ร่างกาย โดยใช้บทเพลง ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านโปะหมอ (พรหมเทพราษฎร์บำรุง) จำนวน 3 ห้องเรียน กลุ่มตัวอย่างที่ใช่ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 2 ห้องเรียน โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย แบบจับสลาก เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ บทเพลง แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้เพลง แผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังเรียน มีค่าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ 0.67 – 1.00 และแบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้บทเพลง มีค่าดัชนีความสอดคล้องตั้งแต่ 0.67 - 1.00 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย 2 กลุ่มอิสระ ผลการวิจัยพบว่า 1) นักเรียนที่ใช้การจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษเรื่อง ร่างกาย โดยใช้บทเพลง มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่า นักเรียนที่ใช้การจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษเรื่อง ร่างกาย แบบปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และ 2) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษเรื่อง ร่างกาย โดยใช้บทเพลง อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.97)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551.โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ดวงเดือน จังพานิช. (2542). "การศึกษาเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์และความคงทนในการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยวิธีสอนแบบสัมพันธ์ขอบข่าย ความหมายและวิธีสอนปกติ." บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
เนาวรัตน์ อินทรประสิทธิ์ และอาคม สระบัว, รายงานการวิจัยการใช้กิจกรรมเพลงภาษาอังกฤษ เพื่อส่งเสริมการออกเสียงต่อเนื่องกันในภาษาอังกฤษ, คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ,กรุงเทพฯ:.
ปาริชาติ สังข์ขาว. (2551). ความพึงพอใจของนักศึกษาที่มีต่อการใช้บริการห้องสมุด มหาวิทยาลัยศรีประทุม. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, กรุงเทพฯ.
พล เหลืองรักษี. (2564). การวิจัยเพื่อการเรียนรู้ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: สหมิตรพัฒนาการพิมพ์.
เพชรลดา ฉัตรเฉลิมกิจ. (2563). ผลจากการเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษผ่านเพลงของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเสนา “เสนาประสิทธิ์” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
รัตนะ บัวสนธ์. (2562) การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 3). สำนักพิมพ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ลิน เทียมแก้ว. (2558). การศึกษาความพึงพอใจต่อคุณภาพการให้บริการ สำนักวิทยบริการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ประจำปีการศึกษา 2557. รายงานการวิจัย สำนักวิทยาบริการ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ศิตา เยี่ยมขันติถาวร. (2556). ความรู้เบื้องต้นที่ครูภาษาอังกฤษควรรู้เกี่ยวกับการออกเสียง. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศรีเรือน แก้วกังวาน.(2552). จิตวิทยาพัฒนาการชีวิตทุกช่วงวัย แนวคิดเชิงทฤษฎี-วัยเด็ตอนกลาเล่ม 1. ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 8. สำนักพิมพ์มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์.
อภิศักดิ์ ภู่พิพัฒน์. (2558). สื่อสภาพจริงในการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในหน่วยที่ 11 การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษ. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Supeno. (2018). Using songs to improve students’pronunciation.Proceeding of the 65th TEFLIN International conference, University Negeri Makassar,Indonesia. 65(1),339-346.
Wilkins, D. A. (1972). Linguistics in Language Teaching. London: Edward Arnold.