ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษ เครือข่ายที่ 10 สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษาศูนย์การศึกษาพิเศษ เครือข่ายที่ 10 2) เพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตาม เพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน 3) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษ เครือข่ายที่ 10 ผลการวิจัยพบว่า: 1) ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา เครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพ การจัดการศึกษา ศูนย์การศึกษาพิเศษ เครือข่ายที่ 10 โดยรวมอยูในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยสูงไปต่ำ ได้แก่ ด้านการส่งเสริมบรรยากาศการเรียนการสอน ด้านการจัดหลักสูตรการสอน ด้านการกำกับติดตามความก้าวหน้าของนักเรียน ด้านการวางเเผนกำหนดพันธกิจ และด้านการนิเทศการสอน ตามลำดับ 2) ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามเพศ ระดับการศึกษา และประสบการณ์ทำงาน พบว่าโดยรวมไม่แตกต่างกัน 3) ข้อเสนอแนะภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ได้แก่ (1) ด้านการวางแผนกำหนดภารกิจ ผู้บริหารควรมีการประชุมครู ให้มีความรู้ ความเข้าใจในภารกิจเป้าหมายของศูนย์การศึกษาพิเศษให้ชัดเจน (2) ด้านการจัดหลักสูตรเเละการสอน ผู้บริหารควรประชาสัมพันธ์หลักสูตรเเละการสอนให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ ผู้บริหารควรปรับหลักสูตรให้มีระยะเวลาที่เหมาะสมกับนักเรียนความต้องการจำเป็นพิเศษ (3) ด้านการนิเทศการสอน ผู้บริหารควรสนับสนุนครู พัฒนาการสอนเเละต่อยอดให้เป็นนวัตกรรมเพื่อลงสู่ผู้เรียน ผู้บริหารเเละครูควรเห็นความสำคัญของการนิเทศการสอน เพื่อนำไปพัฒนานักเรียนในทิศทางเดียวกัน (4) ด้านการกำกับติดตามความก้าวหน้าของนักเรียน ผู้บริหารควรส่งเสริมให้ครูประเมินศักยภาพและพัฒนาการนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ (5) ด้านการส่งเสริมบรรยายการเรียนการสอน ผู้บริหารควรส่งเสริมให้ ครูใช้สื่อที่เหมาะสมดึงดูดความสนใจสอดคล้องกับพัฒนาการของผู้เรียนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กนกรัตน์ ทำจะดี. (2560). การศึกษาการบริหารแบบมีส่วนร่วมในงานวิชาการของครูใน สถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี
เขต 2. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยสยาม, กรุงเทพฯ.
กิ่งกาญจน์ สุขสำราญ. (2565). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา ในกลุ่มอำเภอปลวกแดง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1.
บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเกริก.
ซัมซียะห์ เมาลิดิน. (2564).ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครูสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 1. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
ธนิต รัตนศักดิ์ดา. (2565). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต 2. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเกริก.
บุญพา พรหมณะ. (2559). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานีเขต 1. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช,
ไพรจิตร ศรีโนนยาง. (2550). ความคิดเห็นของบุคลากรทางการศึกษาที่มีต่อภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
กาฬสินธ์เขต 2. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ราชกิจจานุเบกษา. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี.
ราชกิจจานุเบกษา.พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551. กรุงเทพฯ: สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี.
ศูนย์การศึกษาพิเศษ ประจำจังหวัดยโสธร. (2565). รายงานการประเมินตนเอง (SAR).ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดยโสธร.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ. (2553). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการจัดการศึกษา.หน้า 13.
สุวันนา เหือน (อินฺทโชโต). (2561). การศึกษาการบริหารงานวิชาการ: กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านขุนประเทศ เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร, บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยสยาม.
เสาวภาพันธ์ ศรีประเสริฐ. (2560). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักการศึกษาเมืองพัทยา. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยบูรพา
อนงค์ ปาสานะตัง (2565). ภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาในยุคโรคอุบัติใหม่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุรินทร์. วารสารการบริหาร
การศึกษา มมร.วิทยา เขตร้อยเอ็ด.
Krejcie, R.V., & D.W. Morgan. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities”. Educational and Psychological Measurement. 30(3) :
– 610