ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา ที่ส่งผลต่อการทำงาน เป็นทีมของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา 2) ศึกษาการทำงานเป็นทีมของครู 3) ศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครู และ 4) ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับดังนี้ ด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ ด้านการกระตุ้นทางปัญญา และด้านการคำนึงถึงปัจเจกบุคคล 2. การทำงานเป็นทีมของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยเรียงลำดับดังนี้ ด้านความไว้วางใจ ด้านการมีส่วนร่วม ด้านการมีเป้าหมายเดียวกัน และด้านการสื่อสารอย่างเปิดเผย 3. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 โดยรวมมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันเชิงบวก ในระดับสูง โดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สามารถร่วมกันพยากรณ์ที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 ได้ 4 ด้าน คือ 1) การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ 2) การสร้างแรงบันดาลใจ 3) การกระตุ้นทางปัญญา และ 4) การคำนึงถึงปัจเจกบุคคล 4. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 4 พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาควรเป็นแบบอย่างที่ดี วางแผนการทำงานอย่างเป็นระบบชัดเจน มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์กว้างไกล ตั้งเป้าหมายร่วมกัน โดยมีภาคีเครือข่ายเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสถานศึกษา สร้างขวัญและกำลังใจให้ให้แก่ครูและบุคลากร ขับเคลื่อนสถานศึกษาให้เป็นองค์กรแห่งความสุข เปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทุกคนพัฒนาตนเอง พัฒนาวิชาชีพ ทำงานร่วมกันเป็นทีม เข้าใจในธรรมชาติของแต่ละบุคคล เพื่อพัฒนาองค์กรให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นพวรรณ คงพริ้ว. (2563). การศึกษาบทบาทการทำงานเป็นทีมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
พิชชาภา เกาะเต้น. (2563). ผลกระทบของการทำงานเป็นทีม ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและการรับรู้การสนับสนุนจากองค์การ ที่ส่งผลต่อความผูกพันและประสิทธิภาพใน การปฏิบัติงาน ของพนักงานบริษัท โตโยต้านครธน จำกัด. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579.พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.
อริศษรา อุ่มสิน. (2560). การศึกษาการทำงานเป็นทีมของครูผู้สอนในสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 17. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
อุทุมพร จันทร์สิงห์. (2561). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร สถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.
Bass, Bernard M. & Riggio, Ronald E. (2006). Transformational Leadership (2nd ed.) New Jersey: Lawrence Erlbaum Associates.
Fullan, M. (2006). Turnaround Leadership. San Francisco, CA: Jossey-Bass.
Gold, S. E.(2000). Community Organizing at a Neighborhood High School: Promises And Dilemmas in Building Parent-Educator Partnership and Collaborations. Proquest. [n.p.].
Johnson, D. W., & Johnson, F. P. (2003). Joining Together: Group Theory and Group Skill (8 th ed.). Boston: Allyn and Bacon.
Krejcie, R.V. and Morgan, D.W. (1970). "Determining Sampling Size for Research. Activities," Educational and Psychological Measurement. 30 (3) : 607 - 610.
Kotter, John. P., & Cohen, Dan. S. (2002). The Heart of change. Boston, Massachusetts: Harvard Business School Press.
Schieltz, M. (2013). Four elements of a team leader. Retrieved December 24,2013 From http://smallbusiness.chron.com/four-elements- tranformational-leadership-10115.html.). Joining Together: Group Theory