การพัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างความสามารถในการออกแบบแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพในยุคปกติถัดไป ตามแนวคิดการคิดเชิงออกแบบของนักศึกษาครู

Main Article Content

พีชาณิกา เพชรสังข์

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาหลักสูตรเสริมสร้างความสามารถในการออกแบบแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพในยุคปกติถัดไปตามแนวคิดการคิดเชิงออกแบบของนักศึกษาครู และ 2) ประเมินคุณภาพของหลักสูตรเสริมสร้างความสามารถในการออกแบบแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพในยุคปกติถัดไปตามแนวคิดการคิดเชิงออกแบบของนักศึกษาครู ผลการศึกษาพบว่า 1. หลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมีหลักการ 3 ประการ คือ 1) มุ่งให้ผู้เรียนมีบทบาทในการจัดกระบวนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 2) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสะท้อนคิดร่วมกันผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ และ 3) ส่งเสริมการนำความรู้ ทักษะและประสบการณ์ไปใช้ในชีวิตจริง จุดมุ่งหมายของหลักสูตรเพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถในการออกแบบแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ด้วย Google Sites เนื้อหาของหลักสูตรมีดังนี้ 1) รู้จักกับแฟ้มสะสมงาน 2) การเตรียมบัญชีผู้ใช้ เพื่อใช้งาน Google Sites 3) การสร้าง e-Portfolio ด้วย Google Site และ 4) การเผยแพร่ e-Portfolio ระบบออนไลน์ โดยขั้นตอนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นเตรียมความพร้อม 2) ขั้นแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน 3) ขั้นการออกแบบและสร้างแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ และ 4) ขั้นสะท้อนคิด แนวทางการวัดและประเมินผลดำเนินการโดยใช้แบบประเมินความสามารถในการออกแบบแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ 2. คุณภาพของหลักสูตรเสริมสร้างความสามารถในการออกแบบแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์เพื่อความก้าวหน้าในวิชาชีพในยุคปกติถัดไปตามแนวคิดการคิดเชิงออกแบบของนักศึกษาครู มีคุณภาพ คือ 2.1 ความสามารถในการออกแบบแฟ้มสะสมผลงานอิเล็กทรอนิกส์ของนักศึกษาอยู่ในระดับมาก มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 20.57 2.2 วามสามารถในการออกแบบแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ของนักศึกษาสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

Article Details

ประเภทบทความ
Research Articles

เอกสารอ้างอิง

กมลวรรณ ตังธนกานนท์. (2557). การวัดและประเมินทักษะการปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ประกอบ กรณีกิจ. (2552). ผลของระดับความสามารถทางการเรียนรู้และแบบการให้ข้อมูลป้อนกลับ ในแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนิสิตในวิชาการผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษา. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2534). ระแบบการออกแบบการเรียนการสอน. เอกสารประกอบการสอน. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

หลังอ่าน. (2022). 15 แนวคิดในการนำ Design Thinking ไปใช้จริงในการทำงานจากคอร์ส Design Thinking กระบวนการคิดเชิงออกแบบ. เข้าถึงจาก https://www.facebook.com/Langarnbooksreview/photos/a.842038909249042/5505187522934134/?type=3

Barton, J., & Collins, A. (1997). Portfolio Assessment: A Handbook for Educators. Assessment Bookshelf Series. Dale Seymour Publications, 10 Bank Street, White Plains, NY 10602 (order number DS49387).

Barrett, C. (2000). Idesign: Seven Ways of Design Thinking: a Teaching Resource.Retrieved from https://www.idesignthinking.com/aboutchuck.html? pagewanted=all

Forker, J. E., & McDonald, M. E. (1996). Methodologic trends in the healthcare professions: portfolio assessment. Nurse Educator, 21(5), 9-10.

Garcia-Sanpedro MJ. (2017). Feedback and feedforward: focal points for improving academic performance. Journal of Technology and Science Education; 2(2):77-85.

Hounsell D. (2007). Towards more sustainable feedback to students. In Boud D, Falchikov N, editors. Rethinking assessment in higher education learning for the longer term. London: Routledge

Pavie, X., & Carthy, D. (2015). Leveraging uncertainty: a practical approach to the integration of responsible innovation through design thinking. Procedia-Social and Behavioral Sciences, 213, 1040-1049.