ผลการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA เสริมด้วยผังมโนทัศน์ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักดังนี้ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการเรียนรู้แบบซิปปา (CIPPA) ที่เสริมด้วยผังมโนทัศน์ 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์หลังการเรียนรู้แบบซิปปาเสริมด้วยผังมโนทัศน์กับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 75% 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนรู้แบบซิปปาเสริมด้วยผังมโนทัศน์กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จากโรงเรียนพิชญบัณฑิต จังหวัดหนองบัวลำภู จำนวน 25 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย: แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ โดยมีค่าความยากง่ายและค่าอำนาจจำแนกรายข้อในระดับที่เหมาะสม และมีค่าความเชื่อมั่น 0.91 แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียนรู้แบบซิปปาการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ค่าทีแบบไม่อิสระ (Dependent t-test) เพื่อทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียน ผลการวิจัยพบว่า 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA เสริมด้วยผังมโนทัศน์ สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังการเรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA เสริมด้วยผังมโนทัศน์ สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3. ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ต่อการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบ CIPPA เสริมด้วยผังมโนทัศน์ อยู่ในระดับ "มากที่สุด" ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA ร่วมกับผังมโนทัศน์มีผลเชิงบวกต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของนักเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์
Article Details
เอกสารอ้างอิง
จันทิมา แหล่หู. (2564). การจัดการเรียนรู้รูปแบบซิปปา (CIPPA Model) ร่วมกับเทคนิคผังกราฟิกที่มีต่อความ เข้าใจในการอ่านและการเขียนเชิงสร้างสรรค์ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. รายงานการประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 13 มหาวิทยาลัยทักษิณ.
ณิชนันทน์ จูด้วง. (2565). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวรรณคดี เรื่อง นิราศภูเขาทอง โดยใช้ การจัดการเรียนรู้แบบ CIPPA MODEL ร่วมกับเกม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. การศึกษาค้นคว้าอิสระศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร
ทศพล ทับอาษาและ นฤมล ภูสิงห์. (2566). ผลการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended learning) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5Es) ประกอบกับผังมโนทัศน์ หน่วยการเรียนรู้งานและพลังงาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์, 8(3), 1607-1616.
ทิศนา แขมมณี. (2557). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 18. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประมวล ศิริผันแก้ว. (2552). การจัดการเรียนการสอนที่ยึดแนวทางการสืบเสาะ. วารสารสมาคมครู วิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย (Online). สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2562, สืบค้น จาก http://www3.ipst.ac.th/stat/assets//journal/jo2_7Jan.pdf,
ภพ เลาหไพบูลย์. (2542). แนวการสอนวิทยาศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตร แห่งประเทศไทย จำกัด.
สุนีย์ สอนตระกูล. (2544). การพัฒนาระบบการเรียนการสอนแบบจัดกรอบมโนทัศน์สำหรับวิชาชีวิวิทยา ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อรัญนี ลอยหา. (2559). การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ 5 ขั้น ประกอบด้วยผังมโนทัศน์ เรื่อง ของแข็ง ของเหลว แก๊ส สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
Ausubel, D. P. (1968). Educational Psychology. A Cognitive View. New York : Rinegart and Winston.