การศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพร่วมกับการโค้ชเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของโรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ ไม่มี

Main Article Content

จิรพันธ์ จรัสพันธ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สังเคราะห์กรอบแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพร่วมกับการโค้ช 2) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่คาดหวัง และความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบ และ 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาเชิงคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้อง การวิจัยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อสังเคราะห์กรอบแนวคิด ขั้นตอนที่ 2 การศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่คาดหวัง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยครูและบุคลากรทางการศึกษา 6 คน และผู้ปกครองนักเรียน 190 คน รวม 196 คน เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.97 สถิติที่ใช้คือค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น หรือ PNI Modified และขั้นตอนที่ 3 การศึกษาเชิงคุณภาพผ่านการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน และการสนทนากลุ่มกับผู้เกี่ยวข้อง 30 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) กรอบแนวคิดในการพัฒนาครูต้องบูรณาการ 3 องค์ประกอบหลัก คือ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ การโค้ช และการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยมีกระบวนการขับเคลื่อนในรูปแบบวงจรการพัฒนา EPIRI หรือ EPIRI Cycle Model 2) สภาพปัจจุบันของการดำเนินงานโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.82 ในขณะที่สภาพที่คาดหวังอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.74 โดยมีค่าดัชนีความต้องการจำเป็น หรือ PNI Modified สูงสุดในด้านทักษะการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก มีค่าเท่ากับ 0.890 รองลงมาคือด้านการวัดและประเมินผล มีค่าเท่ากับ 0.803 และด้านการใช้และพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยี มีค่าเท่ากับ 0.696 ตามลำดับ 3) ผลการศึกษาเชิงคุณภาพพบว่าครูต้องการพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบกัลยาณมิตรและต้องการระบบพี่เลี้ยงหรือโค้ชเพื่อช่วยสะท้อนคิดในการปฏิบัติงานจริง เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีทักษะในศตวรรษที่ 21


 

Article Details

ประเภทบทความ
Research Articles

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ทิศนา แขมมณี. (2564). ศาสตร์การสอน องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 25). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พรรณี ลีกิจวัฒนะ. (2559). วิธีการวิจัยทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 11). คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.

โรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา. (2567). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา หรือ SAR ปีการศึกษา 2566. โรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา.

วิชัย วงษ์ใหญ่ และ มารุต พัฒผล. (2562). การโค้ชเพื่อการรู้คิด. กรุงเทพฯ: ศูนย์ผู้นำนวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561-2580. สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพฯ:พริกหวานกราฟฟิค.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566-2570.สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

Barber, M. (2009). การปฏิรูปการศึกษา บทเรียนจากประสบการณ์ระดับโลก (แปลโดย สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา). พริกหวานกราฟฟิค.

Barber, M., & Mourshed, M. (2007). How the world's best-performing school systems come out on top. McKinsey & Company.

Bonwell, C. C., & Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom. George Washington University.

Costa, A. L., & Garmston, R. J. (2004). Cognitive coaching: A foundation for renaissance schools.