ประสิทธิผลของการใช้เพลงและเกม เพื่อพัฒนาทักษะการฟังกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสันป่าตองเทศบาลตำบลยุหว่า 1

ผู้แต่ง

  • ปิยมน คำชมภู หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่
  • อนงค์ศิริ วิชาลัย สาขาหลักสูตรและการสอน คณะสังคมศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่
  • ศรีทัย สุขยศศรี สาขาหลักสูตรและการสอน คณะสังคมศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

คำสำคัญ:

ประสิทธิผล, เพลง, เกม, การพัฒนาทักษะการฟัง, สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องการพัฒนาทักษะการฟังรายวิชาภาษาอังกฤษโดยใช้เพลงและเกมตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการพัฒนาทักษะการฟังความโดยใช้เพลงและเกม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการฟังรายวิชาภาษาอังกฤษก่อนและหลังเรียนโดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยเพลงและเกมของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ประชากร คือ นักเรียนระดับประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 โรงเรียนสันป่าตองเทศบาลตำบลยุหว่า 1 จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ประกอบด้วย เครื่องมือที่เป็นนวัตกรรม ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 5 แผน และเครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 1 ชุด 2) แบบทดสอบระหว่างเรียน จำนวน 5 ชุด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) ค่าเฉลี่ย (X̄) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD)

ผลการวิจัย พบว่า  

  1. ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพ 92.13/92.00 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 80/80
  2. ดัชนีประสิทธิผลของผังความคิด ในการพัฒนาทักษะการสรุปความมีค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I) เท่ากับ 0.6471 แสดงว่าผู้เรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 64.71
  3. ผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 7.33 คะแนน และ 9.2 คะแนน ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนที่เพิ่มขึ้นเท่ากับ 1.46 คะแนน

Downloads

Download data is not yet available.

References

กรมวิชาการ. (2542). การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: กองวิจัยทางการศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กันยารัตน์ เพิงสา. (2553). การศึกษาความสามารถในการฟัง–พูดภาษาอังกฤษและเจตคติต่อการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านเบิกไพรด้วยวิธีสอนโดยกิจกรรมเพลงและเกม. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง).

นพพร ธนะชัยขันธ์. (2552). สถิติเพื่อการวิจัย. เชียงราย: คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.

ประภัสสร พึ่งอินทร์. (2552). การพัฒนาชุดการเรียนการสอนที่เน้นทักษะการฟัง การพูดภาษาอังกฤษโดยใช้เพลงสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์).

โรงเรียนสันป่าตองเทศบาลตำบลยุหว่า 1. (2562). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษา (Self-Assessment Report : SAR) ปีการศึกษา 2562. เชียงใหม่: โรงเรียนสันป่าตองเทศบาลตำบลยุหว่า 1.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (2561). สภาวะการศึกษาไทยปี 2559/2560 แนวทางการปฏิรูปการศึกษาไทยเพื่อก้าวสู่ยุค Thailand 4.0. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.

อมรรัตน์ ฉัตรดอน. (2553). การใช้เกมประกอบการสอนคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่มีต่อผลสัมฤทธิ์และความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม).

Cornwall, T. (2010, August 10). Importance of listening. Bangkok Post. Retrieved October 19, 2020, from https://m.bangkokpost.com/learning/news/190346/importance-of-listening

Dzanic, N. D. & Pejic, A. (2016). The Effect of Using Songs on Young Learners and Their Motivation for Learning English. NETSOL New Trends in Social and Liberal Sciences, 1(2), 40-54.

Lander, E. (2018). 10 Best ESL Games for English Teachers Abroad. Retrieved October 19, 2020, from https://www.gooverseas.com/blog/10-best-games-esl-teachers

Swaran Singh, C. K. (2020). A Review of Studies on action Songs among ESL Learners to Improve English. International Journal of Psychosocial Rehabilitation, 24(5), 2337-2344.

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2022-08-31