ความรับผิดทางละเมิดของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในฐานะผู้เผยแพร่โดยปริยาย ในคดีหมิ่นประมาทบนสื่อสังคมออนไลน์
คำสำคัญ:
ความรับผิดทางละเมิด, ผู้เผยแพร่โดยปริยาย, แพลตฟอร์มออนไลน์, หมิ่นประมาท, บุคคลที่สาม, Safe Harbourบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความรับผิดทางละเมิดของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มในฐานะผู้เผยแพร่โดยปริยาย ในคดีหมิ่นประมาทบนสื่อสังคมออนไลน์ ภายใต้ระบบกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้หลักกฎหมายแพ่งว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 และมาตรา 432 ควบคู่กับการวิเคราะห์มาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560
ผลการศึกษาพบว่า ระบบกฎหมายไทยยังขาดกลไกทางกฎหมายที่เชื่อมโยงความรับผิดของแพลตฟอร์มเข้ากับหลักความผิดจากการกระทำของตนเอง (fault-based liability) อย่างชัดเจน อีกทั้ง ไม่สามารถนำมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาใช้บังคับแก่กรณีหมิ่นประมาทได้ เนื่องจากมาตรา 14 วรรคแรกบัญญัติไว้ชัดเจนว่า “ไม่รวมการกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท” ดังนั้น การหมิ่นประมาทบนสื่อสังคมออนไลน์จึงไม่อยู่ในขอบเขตการบังคับใช้ของมาตรา 15 ทำให้ผู้ให้บริการไม่สามารถถูกกำหนดความรับผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวได้
จากการศึกษากฎหมายเปรียบเทียบพบว่า สหรัฐอเมริกายึดแนวทางภูมิคุ้มกันเบ็ดเสร็จ (Absolute Immunity) ภายใต้มาตรา 230 แห่งกฎหมายว่าด้วยการสื่อสารที่เหมาะสม (Communications Decency Act) ซึ่งสร้างภูมิคุ้มกันที่กว้างเกินสมควรจนลดทอนความรับผิดของแพลตฟอร์ม สหภาพยุโรปใช้แนวทางภูมิคุ้มกันแบบมีเงื่อนไข (Conditional Safe Harbour) ภายใต้คำสั่งว่าด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce Directive) และกฎหมายการให้บริการดิจิทัล (Digital Services Act (DSA)) โดยกำหนดกลไกแจ้งและลบข้อมูล (notice-and-takedown) เป็นเงื่อนไขในการยกเว้นความรับผิด ส่วนออสเตรเลียได้พัฒนาแนวคิดผู้เผยแพร่โดยปริยาย ผ่านคำพิพากษาศาลสูงสุดในคดี Fairfax –Media Publications v Voller (2021) และ Google LLC v Defteros (2022) ซึ่งวางหลักการจำแนกระหว่างพฤติกรรมเชิงรุกและเชิงรับของแพลตฟอร์มได้อย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับหลักความยุติธรรมทางละเมิด ในบริบทไทยแนวคิดผู้เผยแพร่โดยปริยายสามารถอธิบายได้ภายใต้กรอบของความผิดจากการกระทำของตนเองหรือการละเว้นที่ควรกระทำ โดยตีความว่าผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซึ่งเปิดพื้นที่ให้เผยแพร่ข้อความหมิ่นประมาทโดยไม่ใช้ความระมัดระวังตามสมควร อาจถือได้ว่ามีส่วนร่วมในผลแห่งการกระทำละเมิดในลักษณะเดียวกับผู้เผยแพร่โดยปริยาย
Downloads
เอกสารอ้างอิง
ชญานิศฐ์ พิมพ์ทนต์. (2561). ความรับผิดของผู้ให้บริการในฐานะสื่อกลางเกี่ยวกับการแจ้งเตือน การระงับการทำให้ข้อมูลแพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ และการนำข้อมูลออกจากระบบคอมพิวเตอร์ [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ https://digital.car.chula.ac.th/cgi/viewcontent.cgi?article=7826&context=chulaetd
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550. ราชกิจจานุเบกษา, 124, 27ก (18 มิถุนายน 2550), 4-13.
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560. ราชกิจจานุเบกษา, 134, 10ก (24 มกราคม 2560), 24-35.
เพ็ง เพ็งนิติ. (2547). คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยละเมิด (พิมพ์ครั้งที่ 7). จิรรัชการ.
ศนันท์กรณ์ โสตถิพันธุ์. (2564). คำอธิบายกฎหมายลักษณะละเมิด จัดการงานนอกสั่ง ลาภมิควรได้ (พิมพ์ครั้งที่ 9). วิญญูชน.
Calabresi, G. (1970). The costs of accidents: A legal and economic analysis. Yale University Press.
European Court of Human Rights. (2015). Case of Delfi AS v Estonia (application no. 64569/09). https://hudoc.echr.coe.int/fre?i=001-155105
European Union Agency for Criminal Justice Cooperation. (2022). Digital services act: Ensuring a safe and accountable online environment. The Hague.
Legal Information Institute. (1996). 47 U.S. §230-Protection for private blocking and screening of offensive material. https://www.law.cornell.edu/uscode/text/47/230
Rolph, D. (2021). Liability for the publication of third party comments: “Fairfax Media Publications Pty Ltd v Voller.” The Sydney Law Review, 43(2), 225-240. https://search.informit.org/doi/10.3316/agispt.20210810051519
Supreme Court and the United States. (2023). Reynaldo Gonzalez, ET AL., Petitioners v. Google LLC. https://www.supremecourt.gov/opinions/22pdf/21-1333_6j7a.pdf
The European Parliament and the Council of the European Union. (2000). Directive 2000/31/EC of the European Parliament and of the Council of 8 June 2000 on certain legal aspects of information society services, in particular electronic commerce, in the internal market (directive on electronic commerce). Official Journal of the European Communities, 178, 1-16.
The European Parliament and the Council of the European Union. (2022). Regulation (EU) 2022/2065 of the European Parliament and of the Council of 19 October 2022 on a Single Market for Digital Services and amending Directive 2000/31/EC (Digital Services Act). Official Journal of the European Communities, 277, 1-102.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความ ข้อความ ภาพประกอบ และตารางประกอบที่ลงพิมพ์ในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้นิพนธ์ กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นตามเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์เพียงผู้เดียว