Publication Ethics

บทบาทและหน้าที่ของผู้เขียน (Duties of Authors)

  1. ผู้เขียนต้องเป็นผู้รับรองผลงานว่าเป็นผลงานใหม่ ไม่เคยถูกนำเสนอในที่ประชุมวิชาการ (Proceeding) หรือได้รับการตีพิมพ์จากที่ใดมาก่อน
  2. ผู้เขียนต้องนำเสนอข้อมูลตามจริง โดยไม่บิดเบือนข้อมูลหรือให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ
  3. ต้องไม่คัดลอกผลงานของผู้อื่น เพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์ต่อผลงานของผู้เขียน
  4. กรณีการนำส่วนใดส่วนหนึ่งจากผลงานของผู้อื่นมาใช้ในผลงานของผู้เขียน ต้องอ้างอิงถึงแหล่งที่มาของผลงานในรายการอ้างอิงเชิงอรรถ (Footnote) และบรรณานุกรมอย่างเหมาะสม
  5. สาระเนื้อหาบทความจะต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของวารสารดนตรีรังสิต
  6. บทความที่ส่งตีพิมพ์ต้องเป็นไปตามรูปแบบที่วารสารดนตรีรังสิตกำหนดไว้ใน “คำแนะนำการจัดเตรียมต้นฉบับ” มิฉะนั้นทางกองบรรณาธิการฯ อาจพิจารณาปฏิเสธไม่รับบทความนั้น
  7. บทความที่มีชื่อผู้เขียนร่วมปรากฏอยู่ ต้องเป็นผู้ที่มีส่วนในการดำเนินงานจริง โดยกองบรรณาธิการฯ จะพิจารณาความเป็นไปได้จากเนื้อหาบทความ
  8. บทความจะต้องระบุแหล่งทุนที่สนับสนุนในการทำวิจัยนี้ ในกิตติกรรมประกาศ (ท้ายบทความ)
  9. ผู้เขียนจะต้องมีการระบุผลประโยชน์ทับซ้อน (หากมี)
  10. ผู้เขียนพิจารณาปรับแก้บทความตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิและกองบรรณาธิการฯ
  11. บทความที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวิจัยในคนจะต้องแนบเอกสารที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมในคน (ตามเอกสารที่ ศธ 0509(2)/ว1678 ซึ่งเป็นผลงานทางวิชาการเกิดขึ้นหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561)
  12. ผู้เขียนต้องส่งเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ใน “คำแนะนำการจัดเตรียมต้นฉบับ” ให้ครบถ้วน ก่อนการเริ่มต้นกระบวนการพิจารณาบทความของวารสาร

 

บทบาทและหน้าที่ของผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความ (Duties of Reviewers)

  1. ผู้ทรงคุณวุฒิจะไม่เปิดเผยข้อมูลต่างๆ ของบทความแก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ตลอดระยะเวลาของการประเมิน (Confidentiality)
  2. ผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้เขียน เช่น เป็นผู้เขียนร่วม หรืออื่นๆ ที่จะทำให้ผู้ทรงคุณวุฒิไม่สามารถประเมินและให้ข้อเสนอแนะได้อย่างอิสระ
  3. ผู้ทรงคุณวุฒิจะประเมินบทความในสาขาวิชาที่มีความเชี่ยวชาญโดยพิจารณาจากเนื้อหาของบทความ
  4. ผู้ทรงคุณวุฒิประเมินบทความโดยการพิจารณาจากความสำคัญ ความใหม่ ความชัดเจน และความสอดคล้องของเนื้อหา อีกทั้ง ไม่ใช้ความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีข้อมูลทางวิชาการรองรับมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสิน
  5. ผู้ทรงคุณวุฒิสามารถเสนอแนะข้อมูลสำคัญที่สอดคล้องกับบทความ (ในกรณีที่ผู้เขียนไม่ได้อ้างถึง) เข้าไปในการประเมินบทความได้
  6. หากผู้ทรงคุณวุฒิพบว่าบทความมีความเหมือนหรือซ้ำซ้อนกับผลงานของผู้อื่นโดยมีหลักฐานชัดแจ้งผู้ทรงคุณวุฒิสามารถปฏิเสธการตีพิมพ์ พร้อมทั้งแจ้งและให้ข้อมูลแก่บรรณาธิการ

 

บทบาทและหน้าที่ของกองบรรณาธิการ (Duties of Editors)

  1. บรรณาธิการมีหน้าที่ในการพิจารณารูปแบบ ความครบถ้วนสมบูรณ์และคุณภาพของบทความ ก่อนเริ่มกระบวนการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อการตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารที่รับผิดชอบ
  2. บรรณาธิการจะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ ในระหว่างช่วงเวลาการประเมินบทความและการตีพิมพ์วารสารฉบับนั้นๆ แก่บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของผู้เขียนหรือผู้ทรงคุณวุฒิ
  3. บรรณาธิการเป็นผู้ประเมินเบื้องต้นในการตัดสินใจคัดเลือกบทความเข้าสู่กระบวนการตีพิมพ์ และพิจารณาตีพิมพ์บทความที่ผ่านกระบวนการประเมินบทความแล้ว โดยพิจารณาจากผลการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิ จากความสำคัญ ความใหม่ ความชัดเจน และความสอดคล้องของเนื้อหากับนโยบายของวารสารเป็นสำคัญ
  4. บรรณาธิการจะไม่ตีพิมพ์บทความที่เคยตีพิมพ์เผยแพร่จากที่อื่นมาแล้วทั้งในรูปแบบของวารสาร หรือบทความหลังการนำเสนอในที่ประชุมวิชาการ (Proceeding)
  5. บรรณาธิการจะไม่ปฏิเสธการตีพิมพ์บทความ ที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดจนกว่าจะมีหลักฐานพิสูจน์ข้อสงสัยเหล่านั้น
  6. บรรณาธิการจะไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ กับผู้เขียน ผู้ทรงคุณวุฒิ และกองบรรณาธิการฯ
  7. บรรณาธิการจะตรวจสอบการคัดลอกผลงานของผู้อื่น (Plagiarism) โดยใช้โปรแกรมที่เชื่อถือได้ หากมีหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีการคัดลอกผลงานของผู้อื่น บรรณาธิการจะติดต่อผู้เขียนหลักเพื่อขอคำชี้แจง และหากไม่มีข้อชี้แจงตามหลักทางวิชาการ บรรณาธิการจะปฏิเสธการตีพิมพ์บทความนั้น
  8. หากตรวจพบการคัดลอกผลงานของผู้อื่น ระหว่างกระบวนการประเมินบทความ บรรณาธิการจะหยุดกระบวนการประเมิน และติดต่อผู้เขียนหลักทันที เพื่อขอคำชี้แจงประกอบการ “ตอบรับ” หรือ “ปฏิเสธ” การตีพิมพ์บทความนั้น
  9. บทความที่ไม่ผ่านการพิจารณา บรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้นิพนธ์ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยไม่ส่งคืนต้นฉบับและค่าธรรมเนียม ทั้งนี้ ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการฯ ถือเป็นอันสิ้นสุด ผู้เขียนไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหรืออุทธรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น