งานวิจัยสร้างสรรค์การเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงตันหยงสำหรับวงดนตรีร่วมสมัย

ผู้แต่ง

  • อัครวัฒน์ สิงห์ชู คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ภูเก็ต ประเทศไทย

DOI:

https://doi.org/10.59796/rmj.V21N1.2025.R0407

คำสำคัญ:

การเรียบเรียงเสียงประสาน, เพลงตันหยง, วงดนตรีร่วมสมัย

บทคัดย่อ

บทเพลงตันหยง เป็นเพลงพื้นบ้านของชาวไทยมุสลิม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้านทำนอง เนื้อร้อง และจังหวะ สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสังคมของชุมชนในท้องถิ่น ในอดีตบทเพลงตันหยงดัดแปลงมาจากบทเพลงรองแง็ง ซึ่งใช้บทกวีภาษามลายูเป็นเนื้อร้อง แต่นักดนตรีฝั่งอันดามันไม่เข้าใจภาษาภาษามลายู จึงได้มีการปรับเปลี่ยนเนื้อร้องเป็นภาษาท้องถิ่นภาคใต้เพื่อต้องให้สื่อสารได้ง่ายและเข้าถึงอารมณ์ของผู้ขับร้องและผู้ฟังได้ลึกซึ้ง จังหวัดกระบี่เคยเป็นศูนย์กลางของวงดนตรีรองแง็งตันหยง และเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้กับนักดนตรีในชุมชน แต่ปัจจุบันเหลือวงดนตรีเพียง 3 วงเนื่องจากศิลปินพื้นบ้านรุ่นเก่าได้เสียชีวิตไปตามกาลเวลา และขาดการสืบทอด คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจน้อยลง ทำให้บทเพลงนี้เสี่ยงต่อการเลือนหาย จากปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมุ่งพัฒนาและเรียบเรียงบทเพลงตันหยงให้เหมาะสมกับวงดนตรีร่วมสมัย เพื่อดึงดูดผู้ฟังยุคใหม่และนักท่องเที่ยวต่างชาติ อันเป็นแนวทางหนึ่งในการอนุรักษ์ ส่งเสริม และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวงดนตรีพื้นบ้านในชุมชน

งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยสร้างสรรค์ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทเพลงตันหยงของคณะรองแง็งตันหยงดอกทุ่งฟ้า จังหวัดกระบี่ และเพื่อเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงตันหยงสำหรับวงดนตรีร่วมสมัย งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาข้อมูลเฉพาะบทเพลงตันหยงของคณะรองแง็งตันหยงดอกทุ่งฟ้า จังหวัดกระบี่ โดยการคัดเลือกบทเพลงตันหยง จำนวน 5 เพลง เพื่อนำมาประยุกต์สร้างผสมผสานเป็นดนตรีร่วมสมัย โดยใช้ผู้บรรเลงจำนวน 7 คน นักร้องจำนวน 2 คน บทเพลงตันหยงที่นำมาใช้ในการวิจัยมีรายชื่อเพลง ดังนี้ 1) เพลง ซายังลา 2) เพลง ปาหรีเกาะปันหยี 3) เพลง ลาฆูใหม่  4) เพลง เลอังกังกง 5) เพลง ปาหรีเกาะพระทอง เครื่องดนตรีที่ใช้ในการเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงดนตรีร่วมสมัย มีทั้งหมด 8 ชิ้น ได้แก่ 1) เปียโน 2) ไวโอลิน 3) ระนาดเอก 4) ขลุ่ย 5) เบส 6) กลองรำมะนาเล็ก 7) กลองรำมะนาใหญ่ และ 8) ฆ้อง

วิธีการดำเนินการวิจัย ประกอบด้วยวิธีการเก็บข้อมูลที่หลากหลาย ได้แก่ การศึกษาข้อมูลเอกสาร ตำรา งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนาม โดยการสัมภาษณ์ การสังเกตจดบันทึก รวมถึงการบันทึกเสียง กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักดนตรีรองแง็งคณะดอกทุ้งฟ้า จังหวัดกระบี่ การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง ใช้วิธีการคัดเลือกกลุ่มนักดนตรีไทยและนักดนตรีสากลที่มีความสามารถที่ชาวบ้านให้การยอมรับ จากนั้นได้นำข้อมูลบทเพลงมาพิจารณาคัดเลือกบทเพลงที่เหมาะสม วิเคราะห์แนวคิดในการเรียบเรียงเสียงประสานในรูปแบบวงดนตรีร่วมสมัย ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจความถูกต้อง ทำการฝึกซ้อมพร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขให้เกิดความสมบูรณ์ และนําบทเพลงออกแสดงเผยแพร่ต่อสาธารณชน โดยระยะเวลาที่ดำเนินการวิจัยอยู่ระหว่างช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2567 ถึงเดือนมกราคม 2568

ผลการวิจัยพบว่า บทเพลงตันหยงตามต้นฉบับเป็นบทเพลงที่มีทำนองตอนเดียว ใช้วิธีการซ้ำทำนอง เปลี่ยนเพียงเนื้อร้อง การแสดงสดบางครั้งเนื้อร้องสามารถเปลี่ยนเพิ่มเติมได้ไม่จำเป็นต้องใช้เนื้อร้องเหมือนกันทุกครั้งนักร้องสามารถใช้วิธีการด้นสดได้ตามอารมณ์หรือสถานการณ์ในขณะนั้น มีการใช้เนื้อร้องใช้ภาษาท้องถิ่นภาคใต้ในบางช่วงบางตอน บทเพลงนิยมขึ้นต้นด้วย คำว่า บุหงาตันหยง ตันหยงตันหยง หรือ บุหงารักเอยตันหยง และตามด้วยชื่อต้นไม้ หรือดอกไม้ ดอกไม้มีความหมายเป็นภาพตัวแทนของผู้หญิง เนื้อหาของเพลงโดยส่วนใหญ่มักเกี่ยวข้องกับความรักของหนุ่มสาวและวัฒนธรรมท้องถิ่น ใช้รูปแบบจังหวะหาดยาว การเรียบเรียงเสียงประสานมีกรอบแนวคิดในการออกแบบสังคีตลักษณ์ ได้แก่ การสร้างเสียงประสาน สร้างทำนองใหม่ในตอนบทนำ ตอนโซโล และตอนลงท้าย แบ่งบทบาทหน้าที่ของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดให้เกิดความสมดุล และการเลือกใช้เสียงประสานให้มีความกลืนกับภาษาท้องถิ่นภาคใต้

การเรียบเรียงเสียงประสานในบทเพลงตันหยงเป็นงานดนตรีสร้างสรรค์ที่มีความท้าทายในการนำเอกลักษณ์ทางดนตรีดั้งเดิมของต้นฉบับมาตีความใหม่ในรูปแบบของดนตรีร่วมสมัยแต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นดนตรีพื้นบ้านไว้ในเรื่องของเนื้อร้อง ทำนอง จังหวะ และการใช้ภาษาถิ่นภาคใต้ การวิจัยนี้สามารถสร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่างดนตรีตะวันออกและดนตรีตะวันตก ซึ่งจะช่วยให้คนรุ่นใหม่ที่อาจไม่คุ้นเคยกับดนตรีพื้นบ้านได้มีโอกาสสัมผัสความงดงามของดนตรีพื้นบ้านที่ทรงคุณค่า ทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และสร้างรายได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับนักดนตรีพื้นบ้านในชุมชน

เอกสารอ้างอิง

Charoensuk, Sukree. How to Listen to Music Beautifully. Bangkok: Ruean Kaew Printing, 1989. (in Thai)

Chatuthai, Nantawat. “Rongkeng-Rongngaeng.” Newsletter of the Sirindhorn Anthropology Center (Public Organization) 9, 51 (August-September 2007): 14-16. https://www.sac.or.th/portal/th/newsletter/details/53#book/. (in Thai)

Intrasunanon, Kanjana. Basic Culture Anthropology. Bangkok: Faculty of Fine Arts, Srinakharinwirot University, 1997. (in Thai)

Khongmeuanphet, Klin. An Analysis of the Folk Songs “Rong Ngeng” and “Tanyong”. Krabi: Krabi Printing, 1995. (in Thai)

Phancharoen, Natchar. Dictionary of Musical Terms. 3rd ed. Bangkok: Katecarat, 2009. (in Thai)

Premanand, Weerachat. Philosophy and Techniques of Contemporary Songwriting. Bangkok: Faculty of Fine and Applied Arts, Chulalongkorn University, 2015. (in Thai)

Srisajjang, Sathaporn. “The Integration of Thai Buddhist and Muslim Culture in the Lhor Haeng Play of Kantang District, Trang Province.” Master's thesis, Srinakharinwirot University, 1990. (in Thai)

Trakulhun, Wiboon. “Mininalism.” Rangsit Music Journal 1, 1 (2006): 47-55. (in Thai)

Trakulhun, Wiboon. Western Music Theory. Bangkok: Chulalongkorn University Press, 2018. (in Thai)

Weangsamut, Rattasat, Chalermsak Pikulsri, and Pongpitthaya Sapaso. “Creative Work for Guitar Sonata of Isan Melodies.” Rangsit Music Journal 17, 1 (2022): 88-103. (in Thai)

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

28.01.2026

รูปแบบการอ้างอิง

สิงห์ชู อัครวัฒน์. 2026. “งานวิจัยสร้างสรรค์การเรียบเรียงเสียงประสานบทเพลงตันหยงสำหรับวงดนตรีร่วมสมัย”. วารสารดนตรีรังสิต 21 (1):R0407 (18 pages). https://doi.org/10.59796/rmj.V21N1.2025.R0407.

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย