ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง “จากถ่านไฟสู่ทองคำ” นิทานพื้นบ้านล้านนา สำหรับวงเปียโนควินเท็ต
DOI:
https://doi.org/10.59796/rmj.V20N2.2025.R0103คำสำคัญ:
การประพันธ์เพลง, แมงสี่หูห้าตา, เปียโนควินเท็ตบทคัดย่อ
ดุษฎีนิพนธ์การประพันธ์เพลง จากถ่านไฟสู่ทองคำ นิทานพื้นบ้านล้านนาสำหรับวงเปียโนควินเท็ต ประพันธ์ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างบทเพลงประเภทดนตรีพรรณาที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากนิทานพื้นบ้านล้านนาเรื่อง “แมงสี่หูห้าตา” และนำผลงานออกแสดงเผยแพร่ต่อสาธารณชน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวรรณกรรมแมงสี่หูห้าตาจะมีการบันทึกไว้หลากหลายความเชื่อตามสถานที่ต่าง ๆ แต่เนื้อเรื่องยังคงมีที่มีความคล้ายคลึงกัน ดังนั้น ผู้ประพันธ์เพลงจึงต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อหาจุดร่วมที่จะสามารถนำมาใช้สำหรับการประพันธ์บทเพลง
ผู้ประพันธ์เพลงได้เลือกเนื้อเรื่องจากตำนานแมงสี่หูห้าตาของวัดพระธาตุดอยเขาควายแก้ว จังหวัดเชียงรายมาใช้เป็นแนวทางหลัก เพราะมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจและมีหลายเหตุการณ์ที่สามารถนำมาเชื่อมโยงกับแนวคิดและเทคนิคการประพันธ์เพลงได้ ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชายกำพร้ายากจนผู้หนึ่งที่ลากศีรษะของบิดาขึ้นไปบนภูเขาจนศีรษะไปติดอยู่ที่ปากถ้ำอันเป็นเหตุการณ์ที่นำพาให้เขาได้พบกับสัตว์ประหลาดคล้ายหมี มีหู 4 หู และดวงตา 5 ดวง สัตว์ประหลาดตัวนี้กินถ่านไฟเป็นอาหารและถ่ายมูลออกมาเป็นทองคำ ชายผู้นี้จึงนำทองคำไปฝังดินไว้ทุกวัน จนกระทั่งพระเจ้าพันธุมัติได้มีเงื่อนไขว่า ชายผู้ใดสามารถสร้างรางน้ำทองคำจากบ้านของตนไปถึงวังของพระราชธิดาของพระองค์ได้ก็จะยกให้อภิเษกสมรส ชายกำพร้าผู้นี้จึงได้สร้างรางน้ำทองคำไปยังวังของพระราชธิดาองค์นี้ได้สำเร็จ ต่อมาเมื่อพระเจ้าพันธุมัติทราบถึงสัตว์ประหลาดสี่หูห้าตาตัวนี้ จึงสั่งให้นำกลับเข้ามาในวังด้วย ขณะที่จูงสัตว์ตัวนี้เข้ามาในเมือง มีผู้คนมุงดูมากมายทำให้มันตกใจและวิ่งหนีขึ้นไปบนภูเขา พระเจ้าพันธุมัติวิ่งตามสัตว์ตัวนี้จนเลยเข้าไปในถ้ำ ทันใดนั้นหินก็ถล่มลงมาปิดปากถ้ำพระองค์จึงถูกขังอยู่ในนั้น แม้ว่าจะได้รับช่วยเหลือออกมาได้ แต่สัตว์ประหลาดตัวนี้ก็ไม่มีใครได้พบเห็นมันอีกเลย
นอกจากนี้ ผู้ประพันธ์เพลงได้ศึกษาค้นคว้าแนวทางการประพันธ์เพลง รวมถึงแนวคิดและเทคนิคการประพันธ์เพลง รวมถึงบทเพลงร่วมสมัยรูปแบบต่าง ๆ เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาเป็นแนวคิดในการประพันธ์บทเพลง เช่น แนวคิดบันไดเสียงและโมด แนวคิดการคัดทำนอง แนวคิดขั้นคู่ทรัยโทนและกลุ่มเสียงกัด แนวคิดการปรับทำนองหลัก แนวคิดการประพันธ์แบบโพลีโฟนี แนวคิดสังคีตลักษณ์แบบโซนาตารอนโด เทคนิคการใช้โน้ตเพเดิลและเครื่องหมายดังขึ้นทีละน้อย รวมถึงเทคนิคการดีดของกลุ่มเครื่องสาย เพื่อให้สามารถนำมาประพันธ์เชื่อมโยงกับเรื่องราวเหตุการณ์ในตำนานตามวัตถุประสงค์และขอบเขตการประพันธ์ที่ได้กำหนดไว้ บทเพลง จากถ่านไฟสู่ทองคำ ประกอบด้วยบทเพลงย่อยจำนวน 5 บทเพลง ได้แก่
บทเพลงที่ 1 คำสั่งเสียของบิดา กล่าวถึงตอนที่ชายกำพร้าได้ทำตามคำสั่งเสียของบิดาที่ให้ไว้ก่อนที่จะเสียชีวิต โดยการลากศีรษะของบิดาขึ้นไปบนภูเขาจนศีรษะไปติดอยู่ที่หน้าถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่นำพาให้เขาได้พบกับแมงสี่หูห้าตา ซึ่งในบทเพลงมีการใช้แนวคิดบันไดเสียงโฮลโทนและเทคนิคการทดเสียง แนวคิดการคัดทำนอง และแนวคิดการประพันธ์แบบโพลีโฟนี เพื่อสร้างบรรยากาศของความโศกเศร้าและสูญเสียบิดาอันเป็นที่รัก รวมถึงการใช้เทคนิคโน้ตเพเดิลและเครื่องหมายดังขึ้นทีละน้อย อันเป็นเสียงที่เปรียบเสมือนการลากศีรษะของบิดาขึ้นไปบนภูเขา
บทเพลงที่ 2 สัตว์ประหลาดสี่หูห้าตา ได้แรงบันดาลใจมาจากบุคลิกลักษณะของแมงสี่หูห้าตาที่บรรยายว่าเป็นสัตว์ใหญ่คล้ายหมี มี 4 หู และมีดวงตา 5 ดวง อีกทั้ง ผู้ประพันธ์เพลงได้จินตนาการถึงบุคลิกของสัตว์ตัวนี้ที่ถึงแม้จะมีรูปลักษณ์ที่น่ากลัวแต่มีบุคลิกที่ดูน่ารักและไร้พิษภัย นอกจากนั้น การกินถ่านไฟร้อนของมันก็เป็นอากัปกริยาที่เป็นจุดเด่นของมันอีกด้วย ดังนั้น ผู้ประพันธ์เพลงจึงใช้แนวคิดและเทคนิคการประพันธ์ดนตรีที่ใช้ความสัมพันธ์กับตัวเลข 4 และ 5 เช่น การใช้คู่เสียงทรัยโทน และการใช้โมดลิเดียน อีกทั้ง ใช้แนวคิดการใช้กลุ่มเสียงกัดเพื่อสื่อถึงการกินถ่านไฟร้อน นอกจากนั้น ยังใช้เทคนิคการใช้นิ้วดีดของกลุ่มเครื่องสายสื่อถึงบุคลิกของแมงสี่หูห้าตา
บทเพลงที่ 3 ถ่านไฟร้อนและมูลทองคำ ได้แรงบันดาลใจจาการที่แมงสี่หูห้าตาได้กินถ่านไฟร้อนและถ่ายมูลออกมาเป็นทองคำ โดยบทเพลงบรรยายลักษณะของถ่านไฟร้อน สะเก็ดไฟ และมูลทองคำ โดยในส่วนของถ่านไฟร้อนจะใช้แนวคิดกลุ่มเสียงกัดจากบทเพลง สัตว์ประหลาดสี่หูห้าตา มาเป็นวัตถุดิบในการสร้างทำนองด้วยเทคนิคการพัฒนาโมทีฟ ส่วนสะเก็ดไฟจะนำเสนอโดยใช้เทคนิคการตบมือร่วมกับแนวคิดจังหวะขัด รวมถึงการใช้แนวคิดการใช้โมดฟริเจียนโดมินันท์บรรยายถึงความระยิบระยับของมูลทองคำ
บทเพลงที่ 4 รางน้ำทองคำ เป็นการบรรยายถึงการสร้างรางน้ำทองคำจากเมืองของนายทุกคตะไปจนถึงวังของพระราชธิดาของพระเจ้าพันธุมัติ โดยผู้ประพันธ์เพลงนำแนวคิดโมดฟริเจียนโดมินันท์จากบทเพลง ถ่านไฟร้อนและมูลทองคำ ในท่อน “มูลทองคำ” มาเชื่อมโยงและปรับใช้ในการประพันธ์บทเพลงนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ประพันธ์เพลงจะใช้แนวคิดการปรับทำนองหลักมาเป็นแนวคิดหลักในการประพันธ์บทเพลง
บทเพลงที่ 5 พระเจ้าพันธุมัติ เป็นการบรรยายถึงบรรยากาศของนครพันธุมัติ ซึ่งผู้ประพันธ์เพลงได้จินตนาการถึงเมืองที่มีความสุขและผู้คนต่างมีวิถีชีวิตที่เรียบง่าย โดยมีพระเจ้าพันธุมัติผู้ปกครองนครที่มีบุคลิกที่สง่างามน่าเกรงขาม รวมถึงการบรรยายถึงเหตุการณ์การวิ่งไล่จับแมงสี่หูห้าตาตามจินตนาการของผู้ประพันธ์เพลง ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวข้างต้นผู้ประพันธ์เพลงจะใช้เป็นวัตถุดิบในสร้างทำนองหลัก โดยบทเพลงนี้ใช้แนวคิดสังคีตลักษณ์โซนาตารอนโด เพราะเป็นสังคีตลักษณ์ที่มักอยู่ในท่อนสุดท้ายของบทเพลงในดนตรีตะวันตก
บทเพลงย่อยทั้ง 5 บทเพลง มีความยาวเพลงละประมาณ 5-6 นาที รวมความยาวทั้งสิ้นประมาณ 30 นาที มีการวางโครงสร้างเพลงที่หลากหลาย และมีการใช้แนวคิดและเทคนิคการประพันธ์เพลงร่วมสมัยที่มีการเชื่อมโยงกับอารมณ์ความรู้สึก และบรรยากาศ รวมถึงบุคลิกของตัวละคร และเหตุการณ์ต่าง ๆ ของนิทานเรื่อง “แมงสี่หูห้าตา” ได้อย่างน่าสนใจ อย่างไรก็ตาม บางบทเพลงมีการใช้จังหวะค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะการบรรเลงจังหวะขัดในบทเพลงที่ 2 ท่อน “ถ่านไฟร้อน” และท่อน “สะเก็ดไฟ” นักดนตรีจึงควรมีทักษะการบรรเลงค่อนข้างสูง เพื่อจะสามารถบรรเลงร่วมกันได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ ทั้งนี้ บทเพลง จากถ่านไฟสู่ทองคำ ได้นำออกแสดงต่อสาธารณชนเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 ณ อาคารศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
เอกสารอ้างอิง
Gatephrachan, Derek, and Weerachat Premananda. “Doctoral Music Composition: Legend of the Fairy Kingdom ‘Chiangrai’ for Comtemporary Jazz Ensemble.” Rangsit Music Journal 18, 2 (2023): 45-57. (in Thai)
Lanna Magazine on Cloud. “The Four-Eared, Five-Eyed Monster.” Accessed November 18, 2024. https://accl.cmu.ac.th/Knowledge/details/2681. (in Thai)
Laohverapanich, Teerus. “Doctoral Music Composition: The Novel Phet Pra Uma for Synthesis Jazz Ensemble.” DFA diss., Chulalongkorn University, 2019. (in Thai)
Nakpee, Nattanit, and Kamontam Kuabutr. “Program Music in Western Culture.” Aksara Pibul Journal 3, 1 (2022): 1-14. (in Thai)
Pancharoen, Natchar. Dictionary of Music Terms. 3rd ed. Bangkok: KateCarat Press, 2009. (in Thai)
PML-CA Server. “Henry Cowell, Tiger.” Accessed November 18, 2024. https://petruccimusiclibrary.ca/files/imglnks/caimg/3/3a/IMSLP405182-PMLP656159-Cowell_Tiger.pdf.
Sungwijit, Thaphad. “Kan Damnoen for Violin Trio.” Rangsit Music Journal 17, 1 (2022): 58-73. (in Thai)
Suttajit, Narut. Sanghisitism Appreciation of Western Music. 12th ed. Bangkok: Chulalongkorn University Press, 2023. (in Thai)
Trakulhun, Wiboon. “Ramayana for Piano.” Rangsit Music Journal 17, 1 (2022): 121-136. (in Thai)
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารดนตรีรังสิต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.



