ความแตกต่างระหว่างการเปลี่ยนกุญแจเสียงและการย้ายศูนย์กลางเสียง
DOI:
https://doi.org/10.59796/rmj.V21N1.2025.A0202คำสำคัญ:
การเปลี่ยนกุญแจเสียง, การย้ายศูนย์กลางเสียง, การย้ายโน้ตทอนิก, การย้ายโน้ตทอนิกชั่วคราวบทคัดย่อ
ปัจจุบันการศึกษาดนตรีระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยเผชิญปัญหาหลายด้าน เช่น การจัดการเรียนการสอน สื่อการสอน อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับการเรียนการสอน และการเข้าถึงองค์ความรู้ที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การใช้คำศัพท์เฉพาะทางดนตรีที่มีความพยายามแปลจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ซึ่งถูกใช้กันในรายวิชาที่เกี่ยวข้องกับการอธิบายเชิงทฤษฎีดนตรีภายใต้แนวคิดการประสานเสียงที่เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติเดิมหรือดนตรีโทนัล โดยปัญหาเกิดขึ้นเมื่อแปลคำศัพท์เฉพาะเป็นภาษาไทย แล้วทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เกิดความสับสน กระทั่งเกิดความเข้าใจที่ผิด ๆ บทความวิชาการฉบับนี้จึงมีวัตถุประสงค์ต้องการสร้างความเข้าใจใหม่ พร้อมทั้งยกตัวอย่างและคำอธิบาย เพื่อให้สอดคล้องกับความหมายแท้จริงของคำศัพท์ระหว่างคำว่า “การเปลี่ยนกุญแจสียงและการย้ายศูนย์กลางเสียง”
จากเอกสารและตำราที่ใช่ในการเรียนการสอนดนตรีในประเทศไทย ล้วนแปลคำว่า “มอดูเลชัน” เป็น “การเปลี่ยนกุญแจเสียง” ซึ่งคำแปลนี้ไม่สอดคล้องและไม่ตรงกับความหมายจริง ส่งผลให้เกิดหรือสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปถึงบทเพลงที่มีการใช้กุญแจเสียงคู่ขนานระหว่างกลุ่มเสียงเมเจอร์และไมเนอร์ว่า เป็นส่วนหนึ่งของเทคนิคการเปลี่ยนกุญแจเสียงเช่นกัน ด้วยเหตุที่กลุ่มเสียงทั้งสองใช้เครื่องหมายประจำกุญแจเสียงต่างกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วความหมายที่แท้จริงของคำว่ามอดูเลชัน หมายถึง “การย้ายศูนย์กลางเสียงหรือการย้ายโน้ตทอนิก” ไปยังศูนย์กลางเสียงหรือโน้ตทอนิกใหม่
ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจใหม่สำหรับคำว่า “มอดูเลชัน” ลองพิจารณาโน้ตทอนิกระหว่างกุญแจเสียง CM และ Cm ซึ่งใช้เครื่องหมายประจำกุญแจเสียงต่างกัน แต่มีโน้ตทอนิกตัว C เหมือนกัน กรณีเช่นนี้เรียกว่า “กุญแจเสียงคู่ขนาน” ซึ่งเป็น “การเปลี่ยนกลุ่มเสียง การเปลี่ยนโมด หรือการผสมโมด” ส่วนกุญแจเสียง CM และ Am ใช้เครื่องหมายประจำกุญแจเสียงและกลุ่มโน้ตเดียวกันแต่โน้ตทอนิกต่างกัน กรณีนี้เป็นการย้ายศูนย์กลางเสียงแบบ “กุญแจเสียงร่วม” ไม่ว่าเป็นการย้ายจากกลุ่มเสียงเมเจอร์ไปยังไมเนอร์ หรือจากกลุ่มเสียงไมเนอร์ไปยังเมเจอร์ ส่วนโน้ตทอนิกระหว่างกุญแจเสียง BM กับ CbM สะกดโน้ตทอนิกและใช้เครื่องหมายประจำกุญแจเสียงต่างกัน กรณีนี้เป็น “กุญแจเสียงเอ็นฮาร์มอนิก” ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการย้ายศูนย์กลางเสียง เนื่องจากยังคงได้ยินกลุ่มเสียงเดิมบนศูนย์กลางเสียงโน้ตตัวเดิม
การย้ายศูนย์กลางเสียงหรือย้ายโน้ตทอนิกจึงมีเพียง 3 แบบ คือ 1) แบบกุญแจเสียงร่วม 2) แบบกุญแจเสียงใกล้เคียง และ 3) แบบกุญแจเสียงห่างไกล ส่วนกุญแจเสียงคู่ขนานและกุญแจเสียงเอ็นฮาร์มอนิก ไม่เป็นการย้ายกุญแจเสียง ส่วนคอร์ดร่วมที่เกิดขึ้นขณะกำลังย้ายโน้ตทอนิก ซึ่งเป็นทรัยแอดเดียวกันที่สร้างขึ้นได้ทั้งบนกุญแจเสียงเดิมและกุญแจเสียงใหม่ มีเรียกชื่อเฉพาะว่า “คอร์ดร่วมไดอะทอนิก” นอกจากนี้ การย้ายโน้ตทอนิกสามารถย้ายไปทรัยแอดชนิดเมเจอร์หริอไมเนอร์เท่านั้น ส่วนทรัยแอดชนิดดิมินิชท์และออกเมนเทดไม่สามารถรองรับการย้ายศูนย์กลางเสียงได้ เนื่องจากไม่มีกุญแจเสียงให้กับทรัยแอดทั้งสอง
สำหรับการพิจารณาว่ามีการย้ายกุญแจเสียงหรือไม่ ควรต้องฟังบทเพลงประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากบางคนอาจได้ยินศูนย์กลางเสียงใหม่นานพอที่จะกล่าวว่ามีการย้ายโน้ตทอนิก แต่บางคนอาจรู้สึกเป็นเพียง “การย้ายโน้ตทอนิกชั่วคราว” รวมถึงการระบุ “จุดย้ายศูนย์กลางเสียง” และจำนวนคอร์ดร่วม ซึ่งผลการวิเคราะห์ที่ต่างกันมิใช่สาระสำคัญ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจหรือการตีความของแต่ละบุคคล บทเพลงจำนวนมากไม่มีการเปลี่ยนเครื่องหมายประจำกุญแจเสียง แม้จะมีการย้ายศูนย์กลางเสียงเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สามารถพบการเปลี่ยนเครื่องหมายประจำกุญแจเสียงระหว่างประโยคเพลง ตอนเพลง และ/หรือท่อนเพลง ได้เช่นกัน ส่วนกระบวนเพลงที่มีการระบุกุญแจเสียงใหม่นั้นเป็นเพียงการเปลี่ยนกุญแจเสียง เพื่อเป็นการกำหนดศูนย์กลางเสียงให้ใหม่ มิใช่การย้ายศูนย์กลางเสียงภายใต้ความหมายของ “มอดูเลชัน”
เอกสารอ้างอิง
Benward, Bruce, and Marilyn Saker. Music in Theory and Practice. 8th ed. Boston: McGraw-Hill, 2009.
Burkhart, Charles. Anthology for Musical Analysis. 6th ed. Belmont, CA: Wadsworth Group, 2004.
Caplin, William E. Classical Form: A Theory of Formal Functions for the Instrumental Music of Haydn, Mozart, and Beethoven. New York: Oxford University Press, 1998. DOI: https://doi.org/10.1093/oso/9780195104806.001.0001
Clendinning, Jane P., and Elizabeth W. Marvin. Theory and Analysis. 4th ed. New York: W.W. Norton & Company, 2020.
Gauldin, Robert. Harmonic Practice in Tonal Music. 2nd ed. New York: W.W. Norton & Company, 2004.
Kostka, Stefan, Dorothy Payne, and Byron Almén. Tonal Harmony with an Introduction to Post-Tonal Music. 8th ed. New York: McGraw-Hill, 2018. DOI: https://doi.org/10.4324/9781315229485-7
Nakagawa, Eri. “Rachmaninoff’s Preludes as a Cyclic Work.” Rangsit Music Journal 19, 1 (2024): R0811 (11 Pages). https://doi.org/10.59796/rmj.V19N1.2024.R0811. DOI: https://doi.org/10.59796/rmj.V19N1.2024.R0811
Office of the Royal Society. Dictionary of Music. Bangkok: Sri Muang Press, 2018. (in Thai)
Pancharoen, Natchar. Music Dictionary. 5th ed. Bangkok: KateCarat Press, 2021. (in Thai)
Roig-Francoli, Miguel A. Harmony in Context. 3rd ed. New York: McGraw-Hill, 2020.
Tanasansopin, Khaekhai. “Western Musical System.” Music and Performing Arts Journal 6, 1 (2020): 122-133. (in Thai)
Trakulhun, Wiboon. Diatonic Tonal Harmony. Pathum Thani: Anantanak, 2021. (in Thai)
Trakulhun, Wiboon. “Fantasie for Wind Quintet and Piano.” Rangsit Music Journal 19, 2 (2024): R0808 (13 Pages). https://doi.org/10.59796/rmj.V19N2.2024.R0808. (in Thai) DOI: https://doi.org/10.59796/rmj.V19N2.2024.R0808
Turek, Ralph. Analytical Anthology of Music. 2nd ed. New York: McGraw-Hill, 1992.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารดนตรีรังสิต

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.



